งซวนหยวนหลี่เทียนแต่อย่างใด “มู่เฉียนซีสาวน้อย… ดูเหมือนคำพูดที่ข้ากล่าวนั้นจะเป็นความจริง บุรุษผู้นี้รูปร่างหน้าตาก็สุดแสนธรรมดา เป็นบุรุษแต่กลับแข็งแกร่งสู้สตรีมิได้เลย ทั้งนิสัยก็แย่แต่ยังมีหน้าทำตัวเจ้าประตูดินอีก สมแล้วที่เจ้าทิ้งเขาไป”
ใบหน้าซวนหยวนหลี่เทียนในเวลานี้ แทบจะเขียวคล้ำเพราะความโกรธแล้ว หากเขาไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้เป็นราชาโอสถ มีหวังเขาต้องลงมือจัดการจนร่างเขาเละเป็นโจ๊ก
เยวี่ยเจ๋อลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ กล่าวกับซวนหยวนหลี่เทียนว่า “หลี่อ๋อง ต่อไปอย่าหาเรื่องให้ตัวเองต้องอับอายเช่นนี้อีกเลย หากท่านยั่วโมโหให้พี่ใหญ่ของข้าไม่เป็นสุข หรือทำให้พี่ใหญ่ของข้าต้องรำคาญใจ พวกข้าจะใช้หมื่นพันวิธีให้ท่านอยู่ไม่เป็นสุขเช่นกัน”
จากนั้นเยวี๋ยเจ๋อยังเตือนอีกว่า “อ้อ อีกอย่าง ท่านตัดใจเสียเถอะ พี่ใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่านมานานแล้ว และไม่มีทางต้องเกี่ยวข้องกันอีก”
พี่ใหญ่ของเขานั้นต้องเหมาะสมกับบุรุษผู้ที่ดีที่สุดในใต้หล้านี้ คนอย่างซวนหยวนหลี่เทียน ต่อให้เป็นถึงพระราชโอรสของฮ่องเต้ อย่างไรเขาก็ไม่เหมาะที่จะเคียงคู่กับพี่ใหญ่
มู่เฉียนซียื่นมือไปแตะไหล่เยวี๋ยเจ๋อเบา ๆ ด้วยความชอบใจ “ฮ่า! เยวี่ยเจ๋อ เดี๋ยวนี้เจ้าพูดได้เฉียบคมยิ่งนัก พี่ใหญ่ชอบมาก ฮิ ๆ ๆ”
เยวี่ยเจ๋อผงะไปครู่หนึ่ง ชอบรึ ?!
แม้จะรู้ว่าความหมายว่าพี่ใหญ่หมายถึงชื่นชอบแบบสหายกับสหาย ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะดีอกดีใจไปกับ