ู่เฉียนซีระวังตัวด้วย!”
“พี่ใหญ่…”
แสงสีฟ้าวาบขึ้น น้ำจากพลังวารีกระจายไปรอบตัวมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกัดริมฝีปาก กล่าวอย่างหงุดหงิด “บุปผาหลั่งสายฝน!”
เหวินตี๋เฟยมีปราณดาบที่น่าหวาดกลัว ขณะที่ธนูวารีของมู่เฉียนซีทั้งมากทั้งถี่
ทั้งสองปะทะกัน พลางหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
หลังจากที่การโจมตีนี้ตกลงมา ร่างสองต่างครอบครองอีกฝั่งของเวทีประลองยุทธ์ สภาพของเจ้าหนุ่มแคว้นชิงนั้น เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงแล้ว มีรูขาดหลายรูบนเสื้อคลุมของเขา ในขณะที่เสื้อคลุมของมู่เฉียนซียังคงเหมือนเดิม
มู่เฉียนซีค่อย ๆ กล่าวออกมาสามคํา “เจ้า แพ้ แล้ว”
เหวินตี๋เฟยกําด้ามกระบี่แน่น กล่าวว่า “ข้าจะแพ้จอมภูตระดับหนึ่งได้อย่างไร ? เจ้าพูดไร้…”
— ปัง! —
ขณะนั้นเขารู้สึกว่าดวงตาของเขามืดลง ก่อนที่ร่างจะล้มลงบนเวทีประลองยุทธ์ด้วยสภาพที่ร่างกายชาจนขยับไม่ได้ เขาเบิกตากว้าง คิดไม่ออกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ?
‘เป็นอย่างไรล่ะจอมภูตระดับสามผู้เย่อหยิ่ง ? เหอะ!’ มู่เฉียนซีสุดเซ็ง เขาผู้นี้ไม่ได้ช่วยให้นางพัฒนาความแกร่งอะไรเลย นางสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งที่กําลังดูการแข่งขันครั้งนี้อยู่ คาดว่าทางสำนักศึกษาแคว้นชิงน่าจะส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่านี้มา ดังนั้นนางจึงจัดการเจ้าหมอนี่อย่างรวดเร็ว ที่เหลือก็เพียงรอให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด
เดาไว้ไม่มีผิด ต่อมามีเงาร่างสีม่วงไม่ต่างจากมู่เ