ือจะนิ่งเฉยให้ผู้อื่นมาโจมตี แสงประกายน้ำจากพลังวารีนับไม่ถ้วนขวางตรงหน้านางไว้
ทว่าฉินเทียนอี้แข็งแกร่งกว่าบุรุษแซ่เหวินผู้นั้นมาก พลังทั้งสองปะทะกัน แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่นางก็ถอยหลังไปหลายก้าว
สถานการณ์การต่อสู้ครั้งนี้อันตรายอย่างมาก ผู้ชมทุกคนรู้สึกประหม่าขึ้นมา บางคนลุ้นจนมือขยุ้มเสื้อคลุมยับยู่ยี่
“ผนึกมังกรวารี!”
เมื่อมังกรวารีพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เข็มยานับไม่ถ้วนก็ลอยออกไปด้วย ฉินเทียนอี้เห็นดังนั้น เร่งปลดปล่อยพลังอันแข็งแกร่งออกมาสู้ เขาสะบัดเข็มยาที่ลอยเข้ามาใกล้ออกก่อนจะกล่าวว่า “เมื่อครู่นี้เจ้าฉวยโอกาสอาศัยสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้เอาชนะอาเฟยโดยไม่รู้ตัวได้ เสียใจด้วย มันไม่มีประโยชน์ต่อความแข็งแกร่งของข้า!”
มู่เฉียนซียิ้มเยาะ “จริงรึ ?”
เข็มยาที่กระเด็นออกมาจากการโจมตีเขา พลันระเบิดเข็มพิษขนาดเล็กนับไม่ถ้วนออกมา เข็มเล็กจิ๋วพลันพุ่งตรงไปที่เขา
— ตูม! —
เสียงหนึ่งดังขึ้น พลังวิญญาณบนร่างของฉินเทียนอี้ก่อตัวกลายเป็นกระแสน้ำวน ในสถานการณ์คับขันนี้ มันไปขวางเข็มเล็ก ๆ เหล่านั้นไว้ได้
“มู่เฉียนซี มันจบแล้ว กระบวนท่านี้ของเจ้ามันไร้ประโยชน์สําหรับข้า!”
“บุปผาหลั่งสายฝน!”
มู่เฉียนซีไม่ยอมแพ้ ปล่อยพลังธาตุวารีนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ฉินเทียนอี้
“หากเจ้าไม่แพ้ เช่นนั้นก็ไม่ถือว่าจบ”
— ปัง! —
เงาร่างสองร่าง พละกําลังสองฝั่ง ปะปนกันบนเวทีประลองยุทธ์ ขณะที่กําลังต่อส