์ภายในขวดนี้มีค่าอย่างมาก นางจึงเอาออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางเก็บตัวอยู่ภายในห้องตำราเพื่อศึกษาสิ่งนี้มาหลายวัน จากนั้นกล่าวอย่างทอดถอนใจ “ถึงขนาดทำให้ผู้แข็งแกร่งอย่างจิ่วเยี่ยทุกข์ทรมานได้ถึงเพียงนี้ คงจะหายาแก้คำสาปได้ยากยิ่งนัก คงต้องไปให้ราชาโอสถดูสักหน่อยแล้ว เผื่อเขาพอจะมีทางออกได้บ้าง”
“มู่เฉียนซี มู่เฉียนซี…”
ในขณะที่นางกำลังจะออกจากห้องตำรา ทันใดนั้นได้ยินเสียงอาจารย์ใหญ่ตะโกนเรียกนางอยู่ด้านนอก นางเดินออกไป กล่าวถามขึ้นว่า… “ท่านอาจารย์ใหญ่มีเรื่องอันใดรึ ? ยังมีเวลาอีกสามวันไม่ใช่หรือกว่าจะถึงวันสอบ ?”
“เอ่อ… คือ… สำนักศึกษาเกิดเรื่องขึ้น อยากจะให้เจ้าช่วย”
“เรื่องอะไรหรือ ?”
“ไม่มีเวลาแล้ว มู่เฉียนซีเจ้ารีบไปกับข้า เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง” กล่าวจบอาจารย์ใหญ่รีบนำทางไปทันที
มู่เฉียนซีเดินตามอาจารย์ใหญ่ไปจนถึงเวทีการประลองของสำนักศึกษา จากนั้นได้เห็นผู้คนมากมายมุงกันอยู่ที่เวทีการประลอง ส่งเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ
“นี่คืออัจฉริยะแห่งแคว้นจื่อเยี่ยของพวกเจ้ารึ ? ช่างอ่อนแอยิ่งนัก! แต่ละคนยังไม่ได้เป็นราชาแห่งภูตหรือราชายอดยุทธ์เลย เหอะ! ไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่ต่อสู้ข้าแม้แต่คนเดียว”
— ตูม! ตูม! ตูม! —
เมื่อเสียงนี้ดังขึ้น ร่างของทุกคนกระเด็นลอยออกจากเวทีการประลองทันที
“อ๊า…”
“โอ๊ย! เจ้าบ้านี่” ศิษย์สำนักศึกษาแห่งแคว้นจื่อเยี่ยต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทว่าความสามารถของคนผู้นี้เป็นถึ