งราชาแห่งภูตระดับสาม ทั้งสำนักศึกษาแน่นอนว่าไม่มีผู้ใดที่เหมาะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาเลย แคว้นจื่อเยี่ยมีผู้อัจฉริยะคนอื่น ๆ อย่างเช่นอวิ๋นอ๋อง อวิ๋นซินหราน แต่ช่างน่าเสียดายที่วันนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในสำนักศึกษา
ในตอนนั้นเอง เยวี่ยซู่ก็หันไปเห็นร่างสตรีชุดม่วงที่คุ้นเคย เขาตะโกนเรียกด้วยความตื่นเต้น
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่มาแล้ว ฮ่า ๆ ๆ! คอยดูนะเจ้าหน้าโง่จากแคว้นชิง เจ้าต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นแน่!”
เสียงของเยวี่ยซู่ดังมาก พาให้สายตาของทุกคนในที่นั้นจับจ้องไปที่ร่างสตรีชุดม่วง
ชุดผ้าแพรไหมสีม่วงยาวพลิ้วตามจังหวะการก้าวเดิน เผยให้เห็นรูปร่างงดงามไร้ที่ติ สายลมพัดเส้นผมดำสีหมึกปลิวไสวดูสวยราวผ้าแพรไหมชั้นดี รูปร่างโค้งเว้าได้รูปชวนให้ผู้คนหลงใหลยิ่งนัก ผิวขาวดั่งหยกขาวแกะสลักอย่างประณีต ใบหน้าบอบบางเปล่งปลั่งภายใต้แสงสุริยัน ทั้งหมดนี้สะกดทุกสายตาให้จ้องมอง
เห็นได้ชัดว่านางเป็นสตรีผู้งดงามและมีเกียรติอย่างยิ่งยวด ทว่ากลิ่นอายที่กระจัดกระจายออกมาจากร่างของนางนั้น ราวกับว่านางเป็นสตรีผู้ชื่นชอบทำตามอำเภอใจของตนเอง
“ท่านผู้นำตระกูลมู่! ท่านผู้นำตระกูลมู่มาแล้ว”
“ท่านผู้นำตระกูลมู่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจื่อเยี่ย ครานี้เจ้าคนกำเริบเสิบสานจากแคว้นชิงต้องโดนตีจนหน้าหงายเป็นแน่แท้!”
“เหอะ ๆ ๆ… ข้าแทบรอดูไม่ไหวแล้ว…”
ในเวลานี้ พวกเขานึกขึ้นได้ทันทีว่าท่านผู้นำตระกูลมู่ก็เป็นศิษย์สำนักศึกษาแ