ใบหน้าซวนหยวนชิงอวิ๋นยังคงนิ่งมองมู่เฉียนซีที่เบาหวิวดั่งดอกหญ้าถูกสายลมพัด
มู่เฉียนซียิ้มจาง ๆ กล่าวว่า “อวิ๋นอ๋อง หากท่านยังคิดจะฆ่าข้าแล้วละก็ ร่างของท่านในตอนนี้คงจะไม่มีซากกระดูกหลงเหลืออยู่แล้วกระมัง ?”
“หากว่าเจ้าใช้ยาเพื่อทำให้ข้าลืมบางสิ่งบางอย่างได้ ข้าก็จะไม่ฆ่าเจ้า”
มู่เฉียนซียกแขนขึ้น เป่าผงสีขาวบนแขนออก ผงสีขาวนั้นลอยอยู่ในอากาศ นางกล่าว “วางยาต่อหน้าต่อตาข้าเยี่ยงนี้ กลยุทธ์ของอวิ๋นอ๋องนั้นพลาดท่าง่ายดายยิ่งนัก”
ดวงตาของนางนั้นลึกดั่งเหวนรก อีกทั้งจิตแห่งการสังหารก็ช่างน่าสะพรึง
นางหยิบเข็มยากลับมา เหลือบมองไปที่หลุมศพนั้นก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “อวิ๋นอ๋องท่านวางใจเถอะ ข้ามิใช่พวกปากโป้ง เรื่องวันนี้ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น” กล่าวจบร่างของนางกะพริบหายไปทันที
ซวนหยวนชิงอวิ๋นตะโกนถามไล่หลัง “ผู้นำตระกูลมู่ เจ้าไม่แปลกใจเกี่ยวกับว่าที่พระสวามีของเจ้าบ้างเลยรึ ? เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะเป็นปีศาจ ไม่ใช่ซวนหยวนจิ่วเยี่ยตัวจริงมีกายเนื้อหนังมนุษย์รึ ?”
มู่เฉียนซีกล่าว ท่าทีของนางเฉยเมย “ฮ่องเต้มีพระราชโองการออกมาเช่นนั้น ข้าก็ไม่ได้จริงจังอะไรกับเรื่องนี้มากนักหรอก ไม่ว่าเยี่ยอ๋องจะเป็นปีศาจหรือเป็นมนุษย์ ตราบใดที่เขาไม่คิดทำร้ายข้า ข้าก็ไม่สน”
นางเองก็สังเกตมานานแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับซวนหยวนจิ่วเยี่ย คนอย่างซวนหยวนจือนับว่าเป็นบุญแค่ไหนแล้วที่มีราชโอรสอย่างซวนหยวนชิงอวิ๋น