ทบต่อบุคลิกของเขาทั้งหมด ครั้นแล้วสองมือของจิ่วเยี่ยจับมือนางเอาไว้
“เจ้า… เจ้าต้องช่วยรักษาให้ข้า”
มู่เฉียนซียืนขึ้น กล่าวพร้อมยืดอก “จิ่วเยี่ย อันตัวข้าเป็นนักปรุงยา ข้าจะช่วยรักษาเจ้าแน่ แต่ข้าต้องขอศึกษาอาการนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อน …เช่นนั้นเวลานี้ข้าต้องขอตัวก่อน”
กล่าวจบนางรีบวิ่งออกไปราวกับว่ามีสัตว์ร้ายไล่ตามอยู่ด้านหลังก็มิปาน
มู่เฉียนซีพยายามศึกษา คิด และวิเคราะห์เกี่ยวกับอาการป่วยของจิ่วเยี่ยตลอดราตรีนี้ นี่เป็นอาการป่วยที่นางรับมือได้ยากที่สุดที่เคยพบเจอมา ตัวอย่างผิวหนังก็ไม่ได้พบความแปลกประหลาดแต่อย่างใด ทว่าตัวอย่างเลือดมีปัญหาอย่างมาก
แม้พลังบางอย่างจะถูกจิ่วเยี่ยบังคับเอาไว้ แต่ก็มีบางอย่างในเลือดที่มีความเหี้ยมโหดแฝงอยู่ นางรู้สึกได้!
นางเตรียมหนูสำหรับทดลองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่นานนัก ผลก็ออกมาเป็นที่ประจักษ์แจ้ง ความแปลกประหลาดภายในเลือดของจิ่วเยี่ยร้ายแรงอย่างยิ่ง มันสามารถทำให้เขากลายเป็นคนเหี้ยมโหดกระหายเลือดได้
สถานการณ์คราก่อนที่จิ่วเยี่ยทำลายล้างสำนักจี๋หั่ว ช่างคล้ายคลึงกับผลที่ออกมายิ่งนัก ทว่ามันก็เป็นแค่เพียงสถานการณ์สถานการณ์หนึ่ง อีกอย่าง หยินและหยางไม่สมดุลกันทำให้เขามีความต้องการเรื่องวาบหวามกับเพศตรงข้าม
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น สีหน้าขรึมเข้ม “มิน่าล่ะ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เองที่ทำให้จิ่วเยี่ยผู้เย็นชากลายเป็นผู้มีอารมณ์”
ขณะเดียวกันนั้นเอง