เมื่อเห็นใบหน้าสตรีที่หันมา โอวหยางจูแทบหายใจไม่ออก สิบกว่าปีผ่านไปนี้… จอนผมของเขาขาวซีดไปหมดแล้ว ทว่านางกลับยังดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กสาววัยแรกแย้ม
โอวหยางจูอุทาน “อ๊า! ฮองเฮา หากเจ้าไม่ลงมือ ตระกูลโอวหยางของพวกเราจะถูกเจ้าเด็กมู่เฉียนซีเล่นจนตาย”
“มู่เฉียนซี!” ดวงตาที่ไร้คลื่นคู่นั้นฉายแววเย็นยะเยือก
โอวหยางจูอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นภายในตระกูลโอวหยางด้วยใบหน้าหม่นเศร้า เดิมทีเขาคิดว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากฮองเฮา แต่สุดท้ายนางหมุนตัวกลับไปคุกเข่าลงที่ห้องโถงพุทธเพื่อสวดมนต์
โอวหยางจูใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ กล่าวเสียงแหบแห้ง “ฮองเฮา เจ้าโปรดช่วยตระกูลโอวหยางด้วยเถอะ ตระกูลโอวหยางเป็นบ้านพระมารดาของเจ้า”
“เจ้ากลับไปเถอะ” เสียงที่ไม่แยแสดังออกมา ทําให้โอวหยางจูสิ้นหวัง เขาออกจากตําหนักเฟิงหลวนอย่างหมดหวัง ตอนนี้จิตใจของเขากลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว ฮองเฮานางไม่ลงมือช่วย ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถต่อกรกับตระกูลมู่ที่มีมู่อวู่ซวงอยู่ได้
เมื่อโอวหยางจูจากไป เสียงของฮองเฮาดังขึ้น “ตระกูลโอวหยาง ไม่จําเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป”
“ขอรับ”
เงาสีดําหลายร่างพุ่งออกมาจากตําหนักเฟิงหลวน ในคืนนั้น เสียงร้องโหยหวนของคนในตระกูลโอวหยางยังคงดังอย่างต่อเนื่อง จากนั้นที่นั่นก็ได้กลายเป็นทะเลเพลิง
โอวหยางจูหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ ตระกูลโอวหยางของข้าไร้ค่าแล้ว นางจะทําลายตระกูลโอวหยางของข้าอย่