จื่อโยวรีบเดินตามจิ่วเยี่ยไปพลาง ยิ้มอย่างมีเสน่ห์ไปพลาง “เยี่ย ไม่ได้นะ ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะยังเผด็จศึกแม่นางผู้นั้นไม่ได้ ใครใช้ให้เจ้าไม่มีประสบการณ์ในเรื่องความรักกันเล่า เจ้ายังเป็นเหมือนเด็กน้อยอยู่เลย…”
— ตูม! —
จิ่วเยี่ยโจมตีจื่อโยวอย่างรุนแรง ทว่าจื่อโยวหลบหลีกได้ทัน จากนั้นเขาก็ยิ้มสดใสและขยับเข้าใกล้จิ่วเยี่ยอีกครั้ง
“เยี่ย ข้ามีตำราพันปีอยู่มากล้นเหลือคณานับ ข้ารับรองว่าหากเจ้าศึกษาตำราเล่มนี้จบ แม่นางผู้นั้นไม่ไปจากเจ้าแน่ นางจะรักเจ้าตราบชั่วฟ้าดินสลายเลยเชียว”
ใครจะไปรู้ว่าทันทีที่เขาพูดจบ ร่างของจิ่วเยี่ยพลันอันตรธานหายไป จื่อโยวกล่าวอย่างเศร้าโศกเสียใจ “เจ้า… เจ้าไม่สนใจคำพูดของข้าเลย!”
ทันใดนั้น มีเสียงดังก้องในหูของจื่อโยว “ส่งมา!”
มุมปากจื่อโยวกระตุกเล็กน้อย เขาพึมพำ “ปากก็บอกว่าไม่ แต่ในใจยอมรับแล้ว จิ่วเยี่ยคนนี้นับวันยิ่งใจดำขึ้นเรื่อย ๆ แล้วสิ”
เขามองไปที่จวนตระกูลมู่ที่อยู่ไกล ๆ พึมพำเบา ๆ “เยี่ยหลงรักแม่นางผู้นั้นจริง ๆ แต่สถานการณ์ในช่วงนี้ของเยี่ยไม่ค่อยจะดี หากแม่นางผู้นั้นคิดจะยืนเคียงข้างเยี่ยจริง ๆ ดูเหมือนว่าพลังของนางยังอ่อนแอเกินไป”
ขอเพียงแต่เขาพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็เป็นพอ ส่วนเรื่องอื่น ๆ คงต้องแล้วแต่เขา
ไม่นานนัก เงาร่างบุรุษผู้น่าหลงใหลนี้ก็ลอยพลิ้วหายไปบนท้องฟ้ายามรัตติกาล
……
วันต่อมา ร่างกายของมู่อวู่ซวงฟื้นตัวขึ้นมาก มู่เฉียนซี