ง”
……
“จื่อเอ๋อร์ รีบหนีออกไปจากแคว้นจื่อเยี่ยให้เร็วที่สุด” ด้านหลังจวนตระกูลโอวหยาง โอวหยางจูรีบผลักโอวหยางจื่อให้รีบขึ้นรถม้าเพื่อที่จะได้หนีไป
โอวหยางจื่อ “ท่านพ่อ ข้าไม่ไป! ตระกูลโอวหยางของพวกเรายังมีฮ่องเต้และองค์ไทเฮาคอยหนุนหลังอยู่ อีกอย่าง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนในสำนักจี๋หั่วลงมือทั้งสิ้น ความสัมพันธ์ของเจ้าสำนักกับตระกูลโอวหยางมิได้สนิทชิดเชื้ออะไรนัก มู่เฉียนซีกับมู่อวู่ซวงคงไม่ฆ่าข้าตามอำเภอใจเช่นนั้นหรอก …หลังจากที่ข้าออกไปจากแคว้นจื่อเยี่ย ข้าก็ไม่ใช่คุณชายแห่งตระกูลโอวหยางอีกต่อไปแล้ว มิวายต้องกลายเป็นผู้ระหกระเหินเร่ร่อน ท่านพ่อต้องการบีบบังคับให้ข้าไร้ซึ่งหนทาง เดินทางไปสู่ความตายใช่หรือไม่ ?”
โอวหยางจูจนปัญญา กล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าจะไม่มียศถาบรรดาศักดิ์เช่นเดิม แต่เจ้าก็ยังมีชีวิตอยู่รอด รอให้เรื่องซาไปช่วงหนึ่ง ข้าจะหาวิธีแก้แค้นปลิดชีพนางปีศาจมู่เฉียนซีและท่านอาของนางให้ตายอย่างไร้แผ่นดินกลบฝัง ถึงครานั้นข้าจะรับเจ้ากลับมา เจ้าวางใจได้ ทายาทของตระกูลโอวหยางจะเป็นเจ้าตลอดไป”
ขณะเดียวกันนั้นเสียงอันเย็นยะเยือกดังขึ้น “โอวหยางจู เมื่อครู่เจ้าว่าจะปลิดชีพใครให้ตายอย่างไร้แผ่นดินกลบฝังนะ ?”
ร่างของสตรีชุดสีม่วงกำลังเข็นรถเข็นของชายชราในชุดขาวมาอย่างช้า ๆ โอวหยางจูเห็นเช่นนี้ก็ตกใจกลัวจนหัวหด “มะ… มะ… มู่อวู่ซวง…”
พากันมาเร็วเหลือเกิน เร็วเกินกว่าที่ตระกู