— เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! —
การกระทำเยี่ยงนี้ของจิ่วเยี่ยช่างป่าเถื่อนยิ่งนัก ถึงแม้ว่าเขาจะตีไม่แรง ทว่ามันทำให้นางทั้งโกรธทั้งอับอาย
มู่เฉียนซีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจนลืมไปเลยว่าบุรุษผู้นี้น่าหวาดกลัวเพียงใด นางดุด่าเขาอย่างไม่ยั้งปาก “จิ่วเยี่ย เจ้าทำเกินไปแล้ว หยุดตีข้าเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นข้าจะวางยาเจ้าซะ”
— เพี๊ยะ! —
“ข้าบอกให้หยุดไงเล่า!”
เพี๊ยะครั้งที่สี่… เพี๊ยะครั้งที่ห้า…
มู่เฉียนซีดีดดิ้น นางขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง น่าเศร้าที่ภายใต้การควบคุมของจิ่วเยี่ยนั้นนางมิสามารถขยับตัวให้หลุดพ้นจากพันธนาการของเขาได้ นางกล่าวอย่างแค้นเคืองว่า… “การกระทำของเจ้าครั้งนี้ข้าจะจดจำมันเอาไว้ คอยดูเถอะต่อไปข้าจะทำให้เจ้าปวดเศียรเวียนเกล้า จะทำให้เจ้าวุ่นวายเป็นรังแตนเลยคอยดู!”
“ชาติเสือต้องไว้ลายชาติชายต้องไว้ชื่อ” จิ่วเยี่ยกล่าว เขาไม่สนใจที่นางพูด
เพี๊ยะครั้งที่เก้า…
หายกัน!
มู่เฉียนซียังคงกรุ่นโกรธ ปากของนางก็ยังคงดุด่าต่อว่าเขาอยู่ ทันใดนั้นเอง จิ่วเยี่ยคว้าเอวของนางแล้วดึงนางมากอดเอาไว้ในอ้อมแขนอุ่น ๆ
“อ๊า! ข้าอยากจะกัดเจ้าให้ตายไปเลย” มู่เฉียนซีแว้ง
เมื่อเขาได้เห็นใบหน้าที่งดงามประณีตของนางในระยะใกล้ บุรุษเยือกเย็นอดที่จะหลงใหลนางมิได้ ฟันขาวใสสะอาดของนางนี้ คงจะกัดเนื้อเขาขาดเป็นแน่แท้ และสิ่งที่นางคิดไม่ถึงนั้นก็คือการที่จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงอันเบาว่า
“กัดสิ ข้าให้เจ้ากัดได้”
“ฮึ่ม!” มู่เฉียนซี