่าลมหายใจของเขาเสถียรมากขึ้น มู่เฉียนซีถอนหายใจ กลับไปที่เรือนสุ่ยซีของนาง เมื่อเปิดประตู ก็เห็นชายผู้เย็นชานอนอยู่บนเตียงของนาง จ้องมองมาที่นางอย่างลึกซึ้ง
มู่เฉียนซี “จิ่วเยี่ย เจ้าฟื้นแล้ว”
เขาขยับเข้ามาใกล้ มองมู่เฉียนซีจากที่สูง “ข้าไม่เป็นไรแล้ว”
“อืม ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” มู่เฉียนซียิ้มให้เขา เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกเหนื่อยล้าและต้องการที่จะนอนลงบนเตียงของนางอีกครั้ง
“จิ่วเยี่ย นี่เป็นห้องของข้า ถ้าเจ้าต้องการพักผ่อนอย่างสะดวกสบายกว่านี้ เจ้ากลับไปที่จวนเยี่ยอ๋องก่อนก็ได้”
คิ้วของจิ่วเยี่ยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “เจ้าไล่ข้าหรือ ?”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ที่ห้องของข้าเล็กเกินไป เกรงว่าคงรับคนสองคนไม่ได้ ดังนั้นเจ้า…”
“พาข้ากลับไป”
จิ่วเยี่ยดึงมู่เฉียนซีเข้าไปในอ้อมกอดของเขาก่อนจะพานางออกไป
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุก นี่ไม่ใช่การพาเขากลับไป แต่เป็นเขาที่ลักพาตัวนางไปต่างหาก นางขัดขืนอะไรไม่ได้ ถูกพาตัวมาถึงจวนเยี่ยอ๋อง เขาพานางเข้าไปในจวน ทว่านางเตรียมจะหนี
“จิ่วเยี่ย ข้าส่งเจ้ากลับมาถึงแล้ว งั้นข้าขอตัวก่อน”
“ไม่ได้ วันนี้เจ้าต้องอยู่ต่อ”
จิ่วเยี่ยคว้าร่างมู่เฉียนซีไว้ แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบบนใบหน้าของนาง ใบหน้างดงามน่าดึงดูดใจสะท้อนอยู่ในดวงตาจิ่วเยี่ย
“อยู่ต่อรึ ? เจ้าจะให้ข้าทำอะไร ?” มู่เฉียนซีกังวลอยู่ในใจ จิ่วเยี่ยคงไม่พูดเรื่องที่นางทำกับเขาหรอกใช่ไหม ?
ชัดเจนว่ากลัวอะไรได้อย่า