ี๋ซ่านเป็นคนกลัวความตาย เขารีบสั่งให้ลูกน้องขัดขวางจิ่วเยี่ยไว้
“ขวางมันเอาไว้ ขวางมันไว้!” เขาต้องการให้ลูกน้องขวางจิ่วเยี่ยเอาไว้เพื่อที่เขาจะยื้อเวลาหนีเอาตัวรอด
ศิษย์ของสำนักจี๋หั่วหวาดกลัวจิ่วเยี่ยจนตัวสั่น แต่ด้วยคำสั่งเจ้าสำนัก พวกเขาจำต้องเข้าไปขวางอย่างระมัดระวังที่สุด แต่ในตอนนี้นั้น ดวงตาที่เย็นยะเยือกเมื่อครู่กลับกลายเป็นสีเลือดแดงก่ำ เขาโบกมือเล็กน้อยเท่านั้น ทว่า…
— ตูม! —
เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง ร่างของศิษย์สำนักจี๋หั่วกลายเป็นโครงกระดูกขาวภายในชั่วพริบตาเดียว
“ปีศาจ! ปีศาจชัด ๆ!” จี๋ซ่านเบิกตากว้างจนดวงตาแทบถลนออกมานอกเบ้า เขามองจ้องบุรุษผู้ที่อยู่ตรงหน้า จู่ ๆ หน้ากากบนใบหน้าลดต่ำลงมา อา… น่ากลัว น่ากลัวจริง ๆ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าใบหน้าใต้หน้ากากนั้นจะมีลวดลายดั่งเถาวัลย์เช่นนี้ น่ากลัวยิ่งนัก!
ดุร้าย เหี้ยมโหด กระหายเลือดดั่งภูตผีปีศาจ ชวนให้ผู้คนตระหนกตกตื่น
มู่เฉียนซีเองก็ผงะไปครู่หนึ่ง “จิ่วเยี่ย!”
‘เหตุใดใบหน้าเขาถึงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ ?’
นางเคยเห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นของเขาแล้ว ใบหน้าของเขางดงามยิ่งนัก ไม่มีความน่าหวาดกลัวเช่นนี้
— ตูม! —
จิ่วเยี่ยดุจดั่งภูตผีปีศาจ สำนักจี๋หั่วทั้งสำนักพังทลายลง สำนักนิกายที่สง่างาม พระราชวัง ตำหนัก และหอคอยทั้งหมดแตกเป็นเสี่ยง ๆ ภายในชั่วพริบตาเดียว ศิษย์ทั้งหมดของสำนักก็ได้กลายเป็นโครงกระดูก ตอนนี้คงจะไปรายงานตัวกับยมทู