— ปัง! —
แขนของมู่เฉียนซีขยับ จากนั้นร่างโอวหยางจื่อกระเด็นออกไปอย่างแรง
“พี่ใหญ่!” เสียงตะโกนเรียกหาดังขึ้น เยวี่ยเจ๋อมองนางด้วยความห่วงใย เขารู้ว่านายท่านสามเป็นญาติเพียงคนเดียวที่นางเหลืออยู่ นายท่านสามรักและเป็นห่วงพี่ใหญ่มากเช่นกัน สำหรับพี่ใหญ่แล้ว ท่านผู้อาวุโสสาม—มู่อวู่ซวง เป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตนาง
โอวหยางจื่อกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดแผ่กระจายทั่วร่าง เขากล่าวน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว “มู่เฉียนซี เจ้ากล้าลงมือกับข้าเยี่ยงนี้เลยรึ ? ไม่กลัวมู่อวู่ซวงตายอย่างศพไร้ญาติไร้หลุมฝังรึ ?”
— ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! —
เข็มยานับไม่ถ้วนลอยไปตรงหน้าโอวหยางจื่อ
มู่เฉียนซีแค่นเสียงดุดัน “มีอะไรก็รีบพูดมา อย่ามัวแต่ไร้สาระชักช้าร่ำไร ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าทิ้ง แล้วค่อยไปคุยกับผู้นำตระกูลโอวหยางเป็นอย่างไร ?”
โอวหยางจื่อร่างสั่นเทา เขารู้สึกว่าคนที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้ามิใช่มู่เฉียนซี หากแต่เป็นคนโหดร้ายที่สุดแห่งแคว้นจื่อเยี่ย นั่นก็คือเยี่ยอ๋อง …นางเหมือนยมทูตก็มิปาน ไร้ร่องรอยของความเป็นมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง ดู ๆ แล้วไม่จ่างจากเยี่ยอ๋องเลย
โอวหยางจื่อมิกล้าปริปากเอ่ยวาจาไร้สาระอีกต่อไป เขากล่าว “มู่อวู่ซวงถูกท่านอาจารย์ของข้านำตัวไปแล้ว หากเจ้าอยากได้ตัวเขากลับคืน เจ้าก็ต้องเอาทรัพย์สมบัติไปแลก รวมไปถึงทรัพย์สมบัติของตระกูลข้าที่เจ้าเอาไปด้วย ที่ทำมาหากิน การค้า สมุนไพรวิญญาณ หรือแม้แต่อาวุธวิญญาณ