จวินโม่ซียื่นมือ ชี้ไปทางมู่เฉียนซี ตอนนี้นางดูแลเขาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอยู่การกิน แน่นอนเขาต้องเป็นคนของนาง อันตัวเขาคิดเช่นนี้ แต่ผู้อื่นกลับคิดไปในทางผิด ๆ
คำพูดเขามันทำให้คนเข้าใจผิดง่ายนักมิใช่หรือ ?
ใบหน้าที่ดูภาคภูมิของมู่หรูอวิ๋นพลันแข็งทื่อไป สตรีขี้โอ่จอมโอ้อวดไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เป็นเพราะเหตุใดกัน ? เหตุใดราชาโอสถถึงได้ฟังคำพูดของมู่เฉียนซี ? มู่เฉียนซียิ้มกรุ้มกริ่ม กล่าวตอบ “มู่หรูอวิ๋น สิ่งที่เจ้าพูดเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนมันจะตรงข้ามกัน ต่อให้มู่หรูเหยียนสามารถปรุงยาระดับสามออกมาได้ มันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาข้า แม้ให้นางมาถือรองเท้าของข้าก็ยังไม่คู่ควร” “จวินโม่ซี หากเจ้ารับหญิงเช่นนี้มาเป็นลูกศิษย์ ข้าคงต้องเลิกคบค้าสมาคมกับเจ้าแน่นอน”
จวินโม่ซียักไหล่ “เช่นนั้นข้าก็คงไม่มีทางเลือกแล้ว มู่หรูเหยียน ข้าไม่รับเจ้าเป็นศิษย์” “อ่า… ฮือ ๆ ๆ” มู่หรูเหยียนร้องไห้เสียงเบา
จิ่งเหลียงฮุยรีบรุดเข้าไปจับไหล่นาง กล่าวปลอบใจ “หรูเหยียน เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย พรสวรรค์เจ้ามีมากขนาดนี้ ต่อให้เป็นเจ้า สำนักก็รับเจ้าเป็นลูกศิษย์ได้ การเป็นลูกศิษย์ของราชาโอสถ ไม่ได้พิเศษอะไรเลย”
— ปัง! —
ในตอนนั้นเอง จวินโม่ซีลงมืออย่างกะทันหัน เตะจิ่งเหลียงฮุยตกลงทะเลสาบในทีเดียว ปากก็กล่าวไม่พอใจ “ข้าเกลียดที่สุด เจ้าพวกที่คิดว่าตัวเองเก่งกาจนักหนา ช่างกล้าพูดว่าภายภาคหน้าจะเก่งกว่าข้า ลบห