ลู่ข้าชัด ๆ!”
— ตูม! —
จิ่งเหลียงฮุยตกลงไปในทะเลสาบที่มีน้ำเย็นยะเยือก เขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ราชาโอสถทำเกินไปแล้ว!” “ใครใช้ให้เจ้าพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด สมน้ำหน้า เจ้าสมควรโดนแล้ว!”
เพียงชั่วครู่ ภาพชายที่ดูใจเย็นราวเทวดาหายไปในพริบตา บรรดาผู้คนรอบข้างเริ่มขมุบขมิบปากซุบซิบกัน กล่าวกันว่านึกจะเตะใครก็เตะ ราชาโอสถคงโดนคนตระกูลมู่พาเสียคนซะแล้ว เหตุใดถึงได้รุนแรงเพียงนี้ ในตอนนี้เอง ใบหน้าแก่ชราของปรมาจารย์เผิงเผยรอยยิ้มอันสดใสขึ้นมา ก้าวเดินเข้าไปหามู่เฉียนซี กล่าวขึ้นเสียงเบาทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ “ผู้นำตระกูลมู่ เจ้าลองมองดูข้าสิว่าเหมาะหรือไม่เหมาะเป็นลูกศิษย์ของท่านราชาโอสถ” มู่เฉียนซีแสยะยิ้ม “ปรมาจารย์เผิง ท่านเฒ่าชราปานนี้แล้วยังนึกคิดจะมาเป็นลูกศิษย์ของเจ้าเด็กนี่ ไม่ละอายแก่ใบหน้าอันเหี่ยวชราบ้างหรือ ?” ปรมาจารย์เผิงกล่าวอย่างใจเย็น “ในโลกแห่งการปรุงโอสถของพวกเรา ไม่เกี่ยงอายุมากน้อย จะมองก็แต่เพียงความสามารถเป็นหลัก ฉะนั้นแล้วตัวข้าผู้ชรามิได้รู้สึกละอาย แค่เพียงท่านราชาโอสถชี้แนะเพียงเล็กน้อย แม้ข้าตายไปก็คงไม่เสียดายอะไร”
มู่เฉียนซี “อันที่จริง หากท่านต้องการคำแนะนำจากราชาโอสถก็อาจเป็นไปได้ ขอเพียงท่านละทิ้งการเป็นหัวหน้านักปรุงยาของราชวงศ์แล้วมาทำงานที่ตึกกุ่ยอีของข้า” หอหมอปีศาจของนางมีนักปรุงยาน้อยมาก แต่กิจการนับวันเฟื่องฟูยิ่งขึ้น หากหาคนมาทำงานได้ก็คงดีไม่น้อย แ