ม้ตาเฒ่าผู้นี้จะอายุมากไปเสียหน่อย พรสวรรค์ในการปรุงยาก็ไม่สูง แต่ในเรื่องของประสบการณ์นั้นนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว มิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นถึงนักปรุงยามือหนึ่งของแคว้นจื่อเยี่ยเช่นนี้ ซวนหยวนหลี่ซางโกรธขึ้ง “มู่เฉียนซีเจ้าโอหังนัก! กล้าที่จะขุดตีนกำแพงเชื้อพระวงศ์อย่างเรา”
ซวนหยวนหลี่เทียนกล่าวสำทับ “ใช่ ๆ ๆ! มู่เฉียนซี เจ้าเป็นคู่หมั้นของน้องเก้าซวนหยวนจิ่วเยี่ย กลับมาสนิทกับคนภายนอกไปทั่ว สนิทสนมกับราชาโอสถมากเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวจะเสื่อมเสียเกียรติราชวงศ์ ทำให้องค์ชายเก้าไม่พอใจบ้างหรือไร ?”
น้ำเสียงของมู่เชียนซีเย็นชา “เยี่ยอ๋องไม่ว่าอะไร ฉะนั้นก็ไม่เกี่ยวอะไรกับหลี่อ๋องเลย ทางที่ดีท่านสงบปากสงบคำเสียดีกว่า”
ใบหน้าของซวนหยวนหลี่เทียนเผือดซีด ประเดี๋ยวประด๋าวก็เปลี่ยนกลายเป็นสีม่วง สีบนใบหน้าของเขาชัดเจนกว่าจานที่ลงสีวาดลวดลายเสียอีก เขาส่งเสียง ‘หึ!’ อย่างเย็นชาก่อนจะกล่าว “มู่เฉียนซี เจ้าไม่รู้จักกลัวตายเช่นนี้ ระวังไว้จะตายไม่รู้ตัว” เวลานี้ปรมาจารย์เผิงรีบกล่าวขึ้น กลัวเหตุการณ์จะบานปลาย “ข้ารับปาก ข้ารับปาก! เดี๋ยวข้ากลับวังไปจะยื่นฎีกาขอลาออกแก่ฝ่าบาท” ใบหน้าซวนหยวนหลี่ซางซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม โกรธจนควันออกหู “ปรมาจารย์เผิง ตึกกุ่ยอีเป็นเพียงแค่หอหมอยาเล็ก ๆ ที่ตระกูลมู่เปิดขึ้นมาก็เท่านั้น ยาทั้งหมดที่ขายล้วนไม่ใช่ยานิยมกัน เหตุใดท่านต้องลดตัวลงไปอยู่ในที่ต่ำเช่นนั้นด้วยเล่า