?”
ปรมาจารย์เผิงโบกมือ กล่าวว่า “ตึกกุ่ยอีที่มีราชาโอสถอยู่นั้น มิใช่แค่เพียงหอหมอยาเล็ก ๆ กระจอกงอกง่อย องค์รัชทายาท ข้าตัดสินใจแล้วไม่เปลี่ยนใจ”
ซวนหยวนหลี่ซางโกรธจัด โกรธจนมิรู้จะหาสิ่งใดมาเปรียบเทียบ ไอสังหารแผ่ออกจากกาย เวลานี้เขาต้องการฆ่าคน… มีคนมาขุดเอาผู้ที่เป็นนักปรุงยาของราชวงศ์ซึ่งเป็นของรักของหวงไปต่อหน้าต่อตา เขาต้องการฆ่าคน!
…เมื่อเสด็จพ่อออกจากด่าน เสด็จพ่อจะไม่ปล่อยเขาไปเป็นแน่
มู่เฉียนซีกล่าว “เช่นนั้นปรมาจารย์เผิงรีบไปรายงานตัวที่ตึกกุ่ยอีเถอะ ข้าจะไปก่อน พวกเจ้าค่อย ๆ สนุกกันไปแล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าวจบรีบลากจวินโม่ซีออกไป วงสนทนาจบลงไปแล้ว ขี้คร้านจะอยู่ต่อ นางจะรีบกลับจวนเพราะในใจนาง ยิ่งนานเข้ายิ่งกระวนกระวาย
จวินโม่ซีกล่าวขึ้น “ข้าจะกลับไปที่ตึกกุ่ยอี ข้าจะไม่กลับไปที่จวนสกุลมู่กับเจ้า”
“กลับไปจวนสกุลมู่กับข้าก่อนเถอะ ข้าอยากให้เจ้าไปดูขาของท่านอาเล็กให้ข้า” มู่เฉียนซีลากเขาออกไปอย่างไม่เกรงใจ
ในดวงตาของท่านอเล็กที่โดนพิษนั้น นางพอมีวิธีรักษาได้ แต่ว่าขาสองข้างที่โดนพิษมายี่สิบกว่าปี นางกลับหาวิธีรักษาไม่ได้ หวังว่าราชาโอสถผู้นี้จะสามารถมองเห็นหรือหาวิธีใดได้บ้าง
เมื่อกลับถึงจวน พบว่าที่จวนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น แต่เมื่อมู่เฉียนซีเข้าไปที่เรือนอวู่โยว มองเห็นเก้าอี้แตกหักมีรอยโลหิตเปื้อนเปรอะ ใบหน้าแววตานางเผยความสงสัยอย่างมากขึ้นมาทันที
นางตะโกนขึ้นว่า…