วนเป็นคนนอกวงการ ย่อมต้องมองจิ่งเหลียงฮุยอย่างนับถือชื่นชม
จวินโม่ซีกล่าวกับมู่เฉียนซี “มู่เฉียนซี เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าข้ากําลังดูละครลิงอยู่เลยเล่า ช่างน่าเบื่อหน่ายนัก! กลับไปกินเนื้อสัตว์ยังจะดีกว่า”
“ข้าก็รู้สึกแบบเดียวกัน เราทน ๆ ดูไปก่อนเถอะ แล้วท่านก็หาโอกาสทําลายสนาม อย่างไรเราก็ไม่ควรมาอย่างไร้ประโยชน์”
“แต่เจ้าหมอนี่งี่เง่าขนาดนี้ ข้าไม่มีอารมณ์แม้แต่จะทําลายสนามแล้ว คิดดูว่าเขาร้ายกาจขนาดไหน”
ขณะที่มู่เฉียนซีและจวินโม่ซีกําลังดูละครลิง อยู่ ๆ ที่ตระกูลมู่ก็เกิดเรื่องใหญ่
“ท่านผู้อาวุโสสาม!” ตอนนี้เรือนอวู่โยวเกิดความวุ่นวายอย่างถึงที่สุด ใบหน้ามู่อวู่ซวงซีดเผือด เหงื่อไหลย้อยลงมาจากหน้าผากของเขา เขารู้สึกว่าขาของเขามีแมลงน้ำแข็งนับสิบล้านตัวกําลังคลานอยู่
องครักษ์ของเขากล่าวอย่างร้อนใจ “ข้าจะไปเชิญท่านผู้นำตระกูลมู่มา”
“หยุด!” มู่อวู่ซวงตะโกน
“ผนึกของท่านพ่อไม่สามารถรักษาไว้ได้อีกต่อไป พิษที่ขาปะทุระเบิดออกมาแล้ว แม้ซีเอ๋อร์จะมาก็ไร้ประโยชน์ ข้าสามารถทนได้ ไม่ต้องบอกซีเอ๋อร์ อย่าให้นางต้องกังวล…” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างอ่อนแรง
“แต่ว่า…”
“คําสั่งข้า ใครก็อย่าได้ขัด”
ขณะที่องครักษ์เงาหยุดพูด ทันใดนั้นเงาร่างหลายร่างก็ปรากฏตัวขึ้นที่ตระกูลมู่ องครักษ์เงาตะลึงงัน
“ใครกัน ?”
— ตูม! —
ทันใดนั้นพวกเขาเริ่มสู้กัน ทว่ามู่อวู่ซวงไม่สามารถขยับนิ้วมือได้แม้เพียงนิ้วเดียว องครักษ์เงา