มู่เฉียนซีเป็นผู้ยึดมั่นในสัจจะวาจา นางตอบอย่างไม่ลังเล
“ได้ ข้าจะไปเป็นเพื่อนท่าน ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่านักปรุงยาอัจฉริยะแห่งสำนักตานจี้จะเก่งสักแค่ไหน”
สำนักตานจี้กับอวิ๋นซินหรานนั้นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ไปสำรวจนักปรุงยาอัจฉริยะผู้นี้ดูสักหน่อยท่าจะดี บางทีนางอาจจะได้รู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับอวิ๋นซินหรานบ้างก็ได้
วันนี้ ต่อให้จวินโม่ซีไม่มาชวนนางไปงานประชุม นางก็ตั้งใจจะไปอยู่ดี
…
วันต่อมา บรรยากาศที่ทะเลสาบจื่อเยี่ยครึกครื้นเป็นพิเศษ เรือใหญ่งดงามจอดลอยอยู่กลางทะเลสาบ เหล่าบรรดาคุณหนูคุณชายผู้สูงศักดิ์นับไม่ถ้วนสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ประณีตงดงาม พากันมานั่งแพไม่ไผ่ไปขึ้นเรือใหญ่นั้น
แม้พวกเขาไม่ได้มีความสนใจในเรื่องหยูกยาโอสถใด ๆ ทว่าพวกเขามิต้องการพลาดโอกาสนี้ที่จะได้ทำความรู้จักกับเหล่าศิษย์แห่งสำนักตานจี้
เวลานี้ ร่างสตรีมู่เฉียนซีผู้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีม่วง และบุรุษจวินโม่ซีในชุดขาวผู้งดงาม กำลังนั่งแพไม้ไผ่ไปขึ้นบนเรือใหญ่อันน่าตะลึงตาอย่างช้า ๆ เมื่อข้ารับใช้สวมชุดขาวที่ยืนต้อนรับอยู่เห็นทั้งสอง ก็ทำหน้าหงิกหน้างอใส่พวกเขา
“ผู้นำตระกูลมู่มู่เฉียนซี คุณหนูไม่ได้เชิญเจ้า ไสหัวกลับไป ไปสิ! ยังไม่ไสหัวกลับไปอีก!”
เสี่ยวเถา ในฐานะหญิงรับใช้คนสนิทของมู่หรูเหยียน สามปีก่อนเมื่อนางเจอหน้าผู้นำตระกูลมู่ มู่เฉียนซี นางก็ไม่ชอบหน้า ต่อมาคิดว่ามู่เฉียนซีรังแกคุณหนูของนาง ยิ่งไปกว่