านั้น นางคิดว่าบุรุษทั้งสองผู้เป็นที่รักของคุณหนูทั้งสองของนางโดนมู่เฉียนซีแย่งชิง นางยิ่งทวีความเกลียดชังมู่เฉียนซีมากขึ้นไปอีก
เหอะ! เป็นผู้อัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นจื่อเยี่ยแล้วอย่างไรล่ะ ? นางมิอาจเทียบนักปรุงยาได้หรอก
สำหรับหญิงรับใช้ที่มิรู้จักความเป็นความตายเช่นนี้ มู่เฉียนซีมิอยากถือโทษโกรธเคือง
— ปึง! —
มู่เฉียนซียกขาถีบนาง “หลบไปเดี๋ยวนี้นางสุนัขรับใช้ ข้าเป็นเจ้าของเรือนี่ การที่ข้าจะลงเรือตัวเอง จำเป็นต้องให้สุนัขโง่เขลามิรู้จักกาลเทศะเยี่ยงเจ้าอนุญาตด้วยรึ ?”
“เสี่ยวเถา!”
เสียงตระหนกตกตื่นดังขึ้น คนจำนวนไม่น้อยต่างพากันออกมามุงดู พวกเขาสังเกตเห็นมู่เฉียนซีกับจวินโม่ซี สตรีงดงามและบุรุษสง่าผ่าเผยยืนคู่กันทำให้ผู้คนมิอาจละสายตาไปจากทั้งสองได้
“รีบไปช่วยเสี่ยวเถาเร็วเข้า รีบไป!” มู่หรูเหยียนใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ นางเร่งให้จิ่งเหลียงฮุยเข้าไปช่วย
จิ่งเหลียงฮุยไม่ต้องการทำให้ใครเป็นกังวล เขารีบใช้ให้ข้ารับใช้เข้าไปช่วยเสี่ยวเถา ทว่าในขณะที่เข้าไปช่วย เสี่ยวเถากลับสลบเหมือดไร้สติ
ข้อนิ้วของมู่หรูเหยียนซีดขาว นางเดินตรงไปหามู่เฉียนซี ร่างกายสั่นเทา กล่าวด้วยความน่าสงสาร “ซีเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้า แต่เสี่ยวเถาไม่เกี่ยว เจ้าโกรธข้าเจ้าก็มาลงที่ข้าสิ เหตุใดถึงต้องทำร้ายนางด้วย ?”
ความอ่อนแอของนางดุจดั่งดอกบัวขาวบริสุทธิ์ ต้องมาถูกรังแกเช่นนี้ จิ่งเหลียงฮุยเองก็เห็นใจเ