สี่ยวเถาอย่างสุดซึ้ง
จิ่งเหลียงฮุย “มู่เฉียนซี เจ้าเป็นถึงผู้นำตระกูลมู่ กลับรังแกสตรีอ่อนแอเช่นนี้ เจ้าคิดว่ามันเหมาะสมแล้วหรือไร ?”
ขณะเดียวกันนั้น มู่หรูอวิ๋นที่เวลานี้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์สีชมพูรุดเข้ามาดึงแขนมู่หรูเหยียนผู้เป็นพี่สาว นางกล่าวว่า… “ท่านพี่ ข้าว่าต่อไปท่านพี่อยู่ห่าง ๆ สตรีจิตใจโค้งคดโหดเหี้ยมเช่นนี้จะดีกว่า มิเช่นนั้นท่านพี่อาจเจ็บตัวเพราะนางได้”
ทันใดนั้นซวนหยวนหลี่ซางและซวนหยวนหลี่เทียนเดินออกมา
ซวนหยวนหลี่เทียนเห็นบุรุษผู้ที่ยืนอยู่ข้างมู่เฉียนซี พลันสีหน้าเปลี่ยนกลายเป็นไม่ค่อยจะดีนัก พึมพำวาจาร้าย “ช่างน่าอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก ไปมาหาสู่กับเยวี่ยเจ๋อนั่นก็ว่าสถุลแล้ว ยังไปมาหาสู่กับบุรุษป่าเขาผู้นี้อีก สตรีหลายใจไร้ยางอายมู่เฉียนซี!”
จวินโม่ซียังไม่รู้ว่าตนเองนั้นโดนกล่าวหาว่าเป็นคนป่าคนเขา
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากบอบบางของนางค่อย ๆ ขยับเอ่ยตอบโต้วาจาร้าย นางมองมู่หรูเหยียนก่อนจะกล่าว “เช่นนั้นข้าขอถามเจ้าหน่อยเถอะ เจ้าสวมรองเท้าของผู้อื่นเช่นนี้มันเหมาะสมนักรึ ?”
“ซีเอ๋อร์…” มู่หรูเหยียนกัดฟันแน่น ใบหน้านางเศร้าใจอย่างสุดซึ้ง
ซวนหยวนหลี่ซางเกิดโทสะ กล่าวด้วยอารมณ์โกรธ “มู่เฉียนซี เจ้าหยุดใส่ร้ายป้ายสีหรูเหยียนเดี๋ยวนี้ ข้ากับหรูเหยียนไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้ากล่าวหา”
มู่เฉียนซียกยิ้มมุมปาก “เหอะ! ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทไม่ได้เรื่องจริง ๆ เสียด้วย ข้าคิ