อากาศค่อนข้างเย็น นางก็รู้แล้วว่าโอวหยางเหว่ยหมดโอกาสที่จะทำร้ายคู่สามีภรรยาชายหญิงแล้ว เพราะตอนนี้นางถูกล้อมไปด้วยพวกขอทานที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมือทั้งสองของนางยกขึ้นมาบังลูกตาตนไว้ พริบตาเดียวทุกผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าพลันกลายเป็นกระดูกสีขาว ฝุ่นกระดูกปลิวลอยหายไปอากาศเวียนคลุ้งที่ฟุ้งอยู่ตรงบริเวณนั้นมีกลิ่นแย่ยิ่งนัก จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย“อืม… อืม…”ต่อมาไม่นาน เมื่อไม่มีคนแล้ว โอวหยางเหว่ยที่รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวก็ได้คลานออกมาจากตรอกเล็ก ๆ นั้น นางสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวที่นางเกลียดจนเข้ากระดูก“มู่เฉียนซี… อา… นางปีศาจมู่เฉียนซี…”“เยี่ยอ๋อง!” ในขณะที่เกลียดชัง โอวหยางเหว่ยตกใจไม่น้อย แม้ว่าสองขาของนางจะไร้เรี่ยวแรง กลับวิ่งได้เหมือนดั่งเจอผี— ตึง! —โอวหยางเหว่ยล้มลงกับพื้น เดินต่อไปไม่ได้มู่เฉียนซีค่อย ๆ เดินไปที่ตรงหน้านางแล้วพูดว่า “โอวหยางเหว่ย เรามาทำข้อตกลงกันดีไหม ? บอกข้ามาว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคอยชี้แนะให้ฆ่าข้าคือใคร ข้าจะให้คนพาเจ้ากลับไปยังจวนตระกูลโอวหยาง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องนอนข้างถนนในคืนนี้ และเมื่อถึงรุ่งเช้า เรื่องนี้ก็จะกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วแคว้นจื่อตูเป็นแน่แท้”โอวหยางเหว่ยแค่นเสียงดุร้าย “มู่เชียนซี เจ้าช่างใจดีเสียจริงนะ เหตุผลที่ข้าตกต่ำไปเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเจ้ารึ ?! เจ้าทําหยาบช้าอันใดลงไปกันแน่ ?”มู่เฉียนซีถาม