ขึ้น “เจ้านั่นแหละวางยาอะไรข้า ? เหอะ! คิดวางยาข้า ข้าเอาคืนเป็นสิบเท่า!”“แปลก เหตุใดเจ้าถึงไม่เป็นอะไร ? เหตุใดเจ้าไม่ผิดปกติแม้แต่น้อย… เหตุใดคนทีโชคร้ายถึงต้องเป็นข้า ?” โอวหยางเหว่ยเพ่งมองมู่เฉียนซีที่ไม่มีรอยด่างพร้อย ในใจอัดแน่นด้วยความรู้สึกเจ็บช้ำเสมือนใจของตนนั้นจะแตกสลายเสียเดี๋ยวนี้“ข้าทำให้เจ้าผิดหวังเสียแล้ว ความสามารถในด้านพิษของข้าค่อนข้างสูง แน่นอนมันสูงกว่าที่เจ้าจะรับรู้และเข้าใจ” มู่เฉียนซีกล่าวเรียบ ๆ“ข้าไม่เชื่อ! เป็นไปไม่ได้! เขา… เขาบอกแล้วว่าวิธีการถอนพิษ นอกจากใช้ผู้ชายก็ไม่มีทางอื่นใดแก้ได้ และยังต้องเป็นผู้ชายที่ไม่รู้จักหยุดยั้ง เจ้าจะกลายเป็นคนที่เหน็ดเหนื่อยที่สุด… เจ้าต้อง… เจ้าต้อง…”
แต่เมื่อจิ่วเยี่ยพานางมาถึงตรอกซอยที่อากาศค่อนข้างเย็น นางก็รู้แล้วว่าโอวหยางเหว่ยหมดโอกาสที่จะทำร้ายคู่สามีภรรยาชายหญิงแล้ว เพราะตอนนี้นางถูกล้อมไปด้วยพวกขอทานที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง
มือทั้งสองของนางยกขึ้นมาบังลูกตาตนไว้ พริบตาเดียวทุกผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าพลันกลายเป็นกระดูกสีขาว ฝุ่นกระดูกปลิวลอยหายไปอากาศเวียนคลุ้งที่ฟุ้งอยู่ตรงบริเวณนั้นมีกลิ่นแย่ยิ่งนัก จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย“อืม… อืม…”ต่อมาไม่นาน เมื่อไม่มีคนแล้ว โอวหยางเหว่ยที่รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวก็ได้คลานออกมาจากตรอกเล็ก ๆ นั้น นางสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวที่นางเกลียดจนเข