องว่างมิติ ห่อร่างกายของตนไว้ราวกับรูปปั้นแกะสลัก จากนั้นหายไปต่อหน้ามู่เฉียนซีราวกับสายลมพัดผ่าน
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างจนปัญญา “เหอะ… ข้ารู้ว่ารูปร่างเจ้าดี แต่คงไม่ใช่ไปแสดงให้ใครเห็นอยู่บ่อย ๆ หรอกใช่ไหม ? ดีนะที่ข้าหาใช่พวกบ้าผู้ชาย มิเช่นนั้นเจ้าได้เสียบริสุทธิ์ไปนานแล้ว”
เสียงของมู่เฉียนซีเบามาก แต่จิ่วเยี่ยที่ไมได้ห่างไปไหนไกล กลับได้ยินอย่างชัดเจน ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกของเขาที่ปกติหม่นมัว กลับฉายแววอ่อนโยนแสดงอารมณ์ผกผันเล็กน้อย มุมปากเขานั้นก็กระตุกขึ้นคล้ายจะเป็นรอยยิ้มมู่เฉียนซีหยิบอาภรณ์ออกมาสวมใส่ชุดหนึ่งจากแหวนมังกรเทพวารี จากนั้นไปร่ำลากับจิ่วเยี่ย“ตอนแรกข้าคิดว่าคืนนี้คงจะยุ่งอยู่กับการแก้พิษแล้วเชียว ไม่คิดเลยว่าจะสามารถแก้พิษได้ภายในครึ่งชั่วยามที่สระน้ำพุเย็น เช่นนั้นข้าก็สามารถไปดูอาการของโอวหยางเหว่ยได้”ยาพิษชนิดนั้น นางรู้สึกว่าตระกูลโอวหยางอาจไม่สามารถแก้เอาออกมาได้ นอกจากนี้ นางยังรู้สึกไม่สบายใจกับกลอุบายร้ายกาจที่โอวหยางเหว่ยคิดขึ้นมาเบื้องหลังโอวหยางเหว่ยต้องมีมืออยู่คู่หนึ่งเป็นแน่แท้ มือใครบางคนที่คอยพลักดันนาง และขุดหลุมพรางขนาดใหญ่เช่นนี้ให้นางตกลงไป“ไปด้วยกัน” จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีออกจากจวนเยี่ยอ๋องเมื่อออกจากจวนเยี่ยอ๋อง นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป“จิ่วเยี่ย นี่ไม่ใช่ทางที่จะไปตระกูลโอวหยาง”“สตรีผู้นั้น ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในตระกูลโอวหยาง”มู่เฉียนซี