นข้าก็สามารถไปดูอาการของโอวหยางเหว่ยได้”ยาพิษชนิดนั้น นางรู้สึกว่าตระกูลโอวหยางอาจไม่สามารถแก้เอาออกมาได้ นอกจากนี้ นางยังรู้สึกไม่สบายใจกับกลอุบายร้ายกาจที่โอวหยางเหว่ยคิดขึ้นมาเบื้องหลังโอวหยางเหว่ยต้องมีมืออยู่คู่หนึ่งเป็นแน่แท้ มือใครบางคนที่คอยพลักดันนาง และขุดหลุมพรางขนาดใหญ่เช่นนี้ให้นางตกลงไป“ไปด้วยกัน” จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีออกจากจวนเยี่ยอ๋องเมื่อออกจากจวนเยี่ยอ๋อง นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติไป“จิ่วเยี่ย นี่ไม่ใช่ทางที่จะไปตระกูลโอวหยาง”“สตรีผู้นั้น ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในตระกูลโอวหยาง”มู่เฉียนซีเบะปาก “ตระกูลโอวหยางทําอะไร ? พวกเขาปล่อยนางออกไป ดูแลโอวหยางเหว่ยไม่ดี ไม่กลัวจะออกไปทำร้ายคู่สามีภรรยาชายหญิงหรอกหรือ ?!”แต่เมื่อจิ่วเยี่ยพานางมาถึงตรอกซอยที่อากาศค่อนข้างเย็น นางก็รู้แล้วว่าโอวหยางเหว่ยหมดโอกาสที่จะทำร้ายคู่สามีภรรยาชายหญิงแล้ว เพราะตอนนี้นางถูกล้อมไปด้วยพวกขอทานที่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งมือทั้งสองของนางยกขึ้นมาบังลูกตาตนไว้ พริบตาเดียวทุกผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าพลันกลายเป็นกระดูกสีขาว ฝุ่นกระดูกปลิวลอยหายไปอากาศเวียนคลุ้งที่ฟุ้งอยู่ตรงบริเวณนั้นมีกลิ่นแย่ยิ่งนัก จิ่วเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย“อืม… อืม…”ต่อมาไม่นาน เมื่อไม่มีคนแล้ว โอวหยางเหว่ยที่รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวก็ได้คลานออกมาจากตรอกเล็ก ๆ นั้น นางสัมผัสได้ถึงใครบางคนที่อยู่ตรงหน้า เงยหน้าขึ้นก็เห็นหญิงสาวที่นางเ