ข้าถึงบอกเช่นไรเล่าว่าเจ้ามันอ่อนหัดนัก!”
จากนั้นมู่เฉียนซีกลับไปที่ห้องรับรอง เยวี่ยเจ๋อเห็นนาง เขากล่าวถามขึ้นมา “พี่ใหญ่ โอวหยางเหว่ยนางทำอะไรหรือ เหตุใดนางถึงได้หัวเราะเช่นนั้น ?”
“ไม่มีอะไรหรอก นางเพียงแค่…”
เวลานี้ร่างสีดำปรากฏขึ้นภายในห้อง ไม่รู้ว่าปรากฏตั้งแต่เมื่อใด ทว่าดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นคู่นั้นจ้องมองมู่เฉียนซี กล่าวถามเสียงเย็นเยียบ “ก็แค่อะไร ?”
มู่เฉียนซี “ก็แค่ยาพิษที่ทำให้คนสูญเสียสติปัญญาไป และมีความต้องการบุรุษก็เท่านั้น ข้าได้ยินมาว่ายาพิษชนิดนี้ไม่มียาแก้พิษ เว้นแต่…”
เยวี๋ยเจ๋อได้ยินนางบอกก็พลันเกิดความโกรธ “คุณหนูโอวหยางนั่นร้ายนัก! คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะใช้ยาพิษนี้ในเวทีประลอง พี่ใหญ่จะทำเช่นไรดี ?”
ยาพิษชนิดนี้ไม่มียาแก้พิษเสียด้วยสิ
“ข้าบอกแล้วว่ามันไม่มียาแก้พิษ” กล่าวจบ นางหยิบขวดยามาสามสี่ขวดก่อนจะผสมมันเข้าด้วยกัน จากนั้นดูดเข้าเข็มยา ปักเข็มยาฉีดเข้าเส้นเลือดตนเองทันที ไม่พอ หันไปกล่าวกับเยวี่ยเจ๋อ “แต่มันก็มิใช่เรื่องยากสำหรับพี่ใหญ่ของเจ้าหรอก เยวี่ยเจ๋อ”
เยวี่ยเจ๋อถอนหายใจอย่างโล่งอก “ได้ยินเช่นนี้ ข้าค่อยวางใจ” สมกับที่เป็นพี่ใหญ่จริง ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มียาแก้พิษ แต่พี่ใหญ่ก็สามารถแก้ไขมันได้อย่างง่ายดาย เขาเหลือบไปมองห้องรับรองตรงข้าม กล่าวถามขึ้น “พี่ใหญ่ แล้วโอวหยางเหว่ย พี่ใหญ่จะปล่อยนางไปเช่นนั้นรึ ?”
แสงเย็นวาบผ่านดวงตามู่เฉียนซี “วางใจเถอะ นางต