ดเลือกนั้นเป็นไปอย่างดุเดือด คุณชายรองแห่งตระกูลเยวี่ยจัดเป็นอีกหนึ่งผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบต่อไปได้
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ข้าเข้ารอบแล้ว!” เยวี่ยซู่กล่าว ความตื่นเต้นฉายชัดไม่ปกปิด
เยวี่ยเจ๋อกล่าว ส่งรอยยิ้มอ่อนให้ผู้เป็นน้องชาย “ดี สู้ต่อไป”
และผู้ที่ผ่านเข้ารอบทั้งยี่สิบเก้าคน ก็ได้เข้าประลองกันในรอบสุดท้าย อัจฉริยะทั้งสิบและมู่เฉียนซีปรากฏตัวในลานประลอง มีการจับสลากเลือกคู่ประลองในงาน เมื่อการจับสลากเริ่มขึ้น ผู้โชคร้ายผู้หนึ่ง เมื่อได้เห็นชื่อคู่ประลองแทบอยากร่ำไห้ออกมา
“อ๊า! ท่านผู้นำตระกูลมู่ ม่ายยยย!”
ความแข็งแกร่งของเขานั้นสู้ไม่ได้เลย เขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับหก ขืนต่อสู้กับมู่เฉียนซีเท่ากับเป็นอาหารให้นาง เมื่อการประลองเริ่มขึ้น เขายกมือยอมรับความแพ้พ่ายมิคิดลองก่อนแม้เพียงเวลาหนึ่งเฟิน
คู่ประลองคนถัดไปของมู่เฉียนซีคือเยวี่ยซู่
เยวี่ยเจ๋อยิ้ม ตะโกนให้กำลังใจน้องชาย “ตั้งใจล่ะ!”
บนเวทีประลอง เยวี่ยซู่มองมู่เฉียนซีอย่างประหม่า ทำอะไรไม่ถูก มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เยวี่ยซู่ คราก่อนเจ้าต่อข้าก่อนสามกระบวนท่า ครานี้ข้าต่อให้เจ้าก่อนสามกระบวนท่าเป็นอย่างไร ?”
เยวี่ยซู่ประหลาดใจ “เจ้าแน่ใจรึ ? เจ้าอย่าประมาทคู่ต่อสู้ไป”
นางกล่าวอย่างเฉยเมย “ข้าแน่ใจ”
“เช่นนั้นข้าลงมือแล้วนะ!” เยวี่ยซู่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนสามกระบวนท่าอย่างมั่นใจ เขาพร้อมที่จะใช้โอกาสนี้จู่โจมทันที
เยวี่ยซู