่มิเห็นสายตาขอความเห็นใจจากพี่ชายตนเองเลย ความแข็งแกร่งห่างกันมากเพียงนี้ ต่อให้พี่ใหญ่จะต่อให้น้องชายตนก่อนสามกระบวนท่า ก็คงมิอาจสู้พี่ใหญ่ได้
“กระบวนท่าแรก” ร่างของเยวี่ยซู่ดุจดั่งเสือพุ่งเข้าหามู่เฉียนซี
— ตูม! —
เสียงดังขึ้น เยวี่ยซู่พลาดเป้า เขากล่าวไม่พอใจ “อีกครั้ง!”
— ตูม! —
ก็ยังพลาด…
“กระบวนท่าสุดท้ายแล้ว ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะโจมตีไม่โดนตัวเจ้า!” กระบวนท่าสุดท้ายนี้เยวี่ยซู่ระเบิดพลังทั้งหมดออกมา น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งระหว่างทั้งสองห่างชั้นกันเกินไป
ร่างสีม่วงของมู่เฉียนซีกะพริบ ในชั่วพริบตาเดียว นางเข้าไปประชิดร่างเยวี่ยซู่ กล่าวด้วยใบหน้ามีรอยยิ้มบาง “เยวี่ยซู่ สามกระบวนท่าของเจ้าหมดลงแล้ว การประลองสิ้นสุดลงแล้ว”
— ตูม! —
กล่าวจบร่างเยวี่ยซู่ลอยไปยังเวทีประลอง ผู้ชมดูเห็นภาพเหตุการณ์ ต่างพากันอ้าปากค้างตกตะลึง “แข็งแกร่งยิ่งนัก! ท่านผู้นำตระกูลมู่นับวันยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ”
“จอมภูตระดับหนึ่ง นางเป็นอัจฉริยะอายุน้อยที่สุดคนแรกแห่งแคว้นจื่อเยี่ยที่เป็นถึงจอมภูต”
“ดูเหมือนว่าตำแหน่งอัจฉริยะอันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นนาง”
มู่เฉียนซีกลับเข้าไปที่โต๊ะรับรอง กล่าวอย่างหน่ายใจ “ช่างน่าเบื่อยิ่งนัก จินอู๋ถางปลิ้นปล้อนเกินไปแล้ว”
“ใครให้ทุกคนอยากประลองกับพี่ใหญ่เล่า ?” เยวี่ยเจ๋อกล่าวยิ้ม ๆ
หลังจากที่ผ่านการประลองไปสองรอบ ในที่สุดทั้งสิบคนก็ได้เข้าสู่การแข่งขันในรอบสุดท้าย เป็