ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะทำให้เขาเสียพลังไปไม่น้อย เวลานี้การพูดจาของเขาก็ดูจะอ่อนแรงลงบ้าง ตระกูลโอวหยางกับสำนักนิกายเพลิงไฟจู่โจมเข้ามา เขาเองก็ออกแรงไปไม่น้อย
มู่เฉียนซีนำขวดยาบำรุงพลังวิญญาณออกมา กล่าวขึ้น “ข้าให้เจ้า”
ชายในชุดเขียวรับขวดยานั้นไปโดยไม่สนใจว่ายาภายในคือยาอะไร เอียงขวดกลืนยาลงคอไปในทันที
มุมปากมู่เฉียนซีกระตุก เป็นเช่นนี้อีกแล้ว…
หลังจากกินยานี้แล้ว ชายในชุดเขียวมองใบหน้ามู่เฉียนซี สายตาเจือความคาดหวัง ความหมายของการมองนั้นชัดเจนมาก
ต้องการอีก!
มู่เฉียนซีมุมปากกระตุก นางมอบยาเพิ่มพลังวิญญาณให้แก่เขาทั้งหมด “รับเอาไป หากเจ้าชอบกินมันนักก็กินให้หมดเลยแล้วกัน”
คนอื่น ๆ ล้วนตะลึง ชายคนนี้กล้ามาขอมั่ว ๆ เช่นนี้ได้หรือ ? ทว่าผู้นำตระกูลมู่ก็กล้าให้อย่างมั่วซั่วมากยิ่งกว่า ทั้งแคว้นจื่อเยี่ยเห็นทีคงก็มีแต่ตระกูลมู่เพียงตระกูลเดียวที่สามารถแจกจ่ายยาวิเศษได้อย่างสบาย
หลังจากที่ชายผู้นั้นกินยาเข้าไป ยังคงแสดงอาการประมาณว่าไม่เพียงพอ
“ซีเอ๋อร์” มู่อวู่ซวงเรียกมู่เฉียนซีหลานสาว
“ท่านอาเล็กไม่เป็นไรใช่ไหมเจ้าคะ ?!”
“ไม่เป็นไร พวกมันยังไม่ได้ทำอะไรข้า” มู่อวู่ซวงส่ายศีรษะ ดวงตาเริ่มฟื้นฉายประกายออกมา มองไปทางจิ่วเยี่ยพร้อมกล่าวว่า… “วันนี้ ต้องขอบคุณเยี่ยอ๋องมากที่ช่วยเหลือ”
ดวงตามู่อวู่ซวงฉายแววมืดดำ “เยี่ยอ๋อง เจ้าคิดว่าพระราชโองการของซวนหยวนจือ พวกเราตระกูลมู่ยึดถือจริงจังหร