ือ ?”
จิ่วเยี่ยตอบชัดเจน “ใช่”
สายตาคมกริบเย็นชาสองคู่สี่ข้างสบกัน ทั้งสองไม่ได้เอ่ยคำใด ๆ ในความเป็นจริงคนสองคนกําลังส่งเสียงกันลับ ๆ
“หากเจ้ากล้าแตะต้องซีเอ๋อร์หรือทำอันตรายต่อนาง ข้าจะทําให้เจ้าต้องเสียใจที่เข้ามาในโลกนี้” น้ำเสียงของมู่อวู่ซวงไม่ได้อบอุ่นนุ่มลื่นเหมือนในวันวานที่ผ่านมา อีกทั้งเสียงนั้นยังแฝงความโหดเหี้ยมและไอสังหารเอาไว้ด้วย
“ไม่จําเป็นต้องให้เจ้ามาเตือน” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเยียบเย็น
หลังจากกล่าวจบก็พากระดูกโลหิตของเขาออกไป และได้พาโอวหยางเฉียงที่หมดสติไปด้วยโดยให้พ่อบ้านไป๋นำโอวหยางเฉียงไปส่งที่จวนตระกูลโอวหยาง
พ่อบ้านไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านผู้นำตระกูลโอวหยางโปรดอย่าลืมไปว่าผู้นำตระกูลมู่เป็นว่าที่พระชายาของนายท่านของข้า หากตระกูลโอวหยางกล้าที่จะทำอะไรนาง คราต่อไปนายท่านจะทำให้ทั้งตระกูลของท่านไม่เหลือรอดชีวิตแม้แต่ผู้เดียว ขอให้ท่านผู้นำตระกูลกลับไปคิดดี ๆ วันนี้เป็นเพียงแค่การเตือน” ฝ่ามือโอวหยางจูเหงื่อชุ่ม กล่าวขึ้นด้วยอาการสั่น ๆ “ขอบคุณพ่อบ้านไป๋ที่เตือน”
เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าการที่ซวนหยวนจือพระราชทานสมรสให้นาง ไม่ได้เป็นการบีบให้นางเดินไปสู่ความตาย กลับทำให้นางมีผู้สนับสนุนเบื้องหลังที่น่ากลัวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ซวนหยวนจิ่วเยี่ย… บุรุษชุดดำนี้น่ากลัวกว่ามู่อวู่ซวงเป็นร้อยเท่าพันเท่า!
“อย่าฆ่าข้า! อย่าฆ่าข้า!” โอวหยางเฉียงที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมา ปากอ้า