ํานักนิกายเพลิงไฟถูกสังหาร พวกเขาไม่ได้ระเบิดออกมา เลือกที่จะเก็บตัวเงียบแทน
ในเหตุการณ์ครั้งนี้ นอกจากอาคารที่ทรุดโทรมเสียหายแล้ว จวนสกุลมู่กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง มู่เฉียนซียังคงใช้ชีวิตต่อไปในการปรุงยา บำเพ็ญพลังวิญญาณ และหาเงิน วันนี้นางเพิ่งหลอมยาเสร็จหนึ่งเตา เงาร่างสีเขียวพลันปรากฏขึ้นข้างกายนาง จากนั้นมองขวดยาวิเศษของนาง อาการน้ำลายสอปรากฏให้เห็นชัดเจน
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “อยากกินหรือไม่ ?”
เขาพยักหน้า “อยากกิน… ยา…”
หลังจากสังเกตเขามาหลายวัน ในที่สุดมู่เฉียนซีก็รู้แล้วว่าชายผู้นี้ไม่กินอาหารหรือดื่มน้ำ เขาชอบยาเท่านั้น
“ให้เจ้า”
มู่เฉียนซียื่นยาวิเศษให้เขาผู้ซึ่งกลืนเข้าไปทั้งดุ้น มู่เฉียนซีหยิบขวดยา กล่าวถามอีกว่า “อันนี้ กินหรือไม่ ?”
เห็นได้ชัดว่ายานี้ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับเขา เขามองอย่างฉงนสงสัย เมื่อมู่เฉียนซีเปิดขวดยา กลิ่นยาลอยเข้าจมูก เขารีบคว้าขวดยานั้นไปกระดกดื่ม
“อึก ๆ….” ชายชุดเขียวดื่มน้ำยาเสมือนดื่มน้ำเปล่า
‘ช่างเป็นคนประหลาดเสียจริง’ มู่เฉียนซีขมวดคิ้วถามขึ้น “เจ้าชื่ออะไร ?”
เขาส่ายหัว กล่าวตอบ “ข้าไม่ทราบ”
“อ้าว! แล้วเจ้าคิดจะอยู่จวนสกุลมู่ของข้าหรือไม่ ?”
“อยู่กับเจ้า มียาวิเศษกิน และยังมีน้ำนั่นให้ดื่ม ข้าไม่สามารถนอนหลับสนิท แยกจากเจ้าไป ข้าไม่สามารถหาสิ่งเหล่านี้ได้ ข้าก็จะหลับใหลไปอีกครั้ง” ประโยคและน้ำเสียงอันแข็งกระด้างออกจากปากชายในชุดเขียว
“เ