จ้าพึ่งพาพลังของยาเพื่อรักษาการเคลื่อนไหว หากไม่มียาเจ้าก็จะหลับลึกรึ ?” มู่เฉียนซีอึ้งงัน นางไม่แปลกใจเลยที่เขาหลับไปพร้อมกับคนของตระกูลโอวหยาง ที่แท้ก็ใช้พลังยาวิเศษจนหมดสิ้น นางยิ้มมุมปาก กล่าวต่อ “เจ้าจะอยู่ที่นี่ก็ได้ ข้าจะให้เจ้ากินยาวิเศษอย่างเพียงพอ แต่เจ้าต้องรับปากกับข้า” “ว่ามา”
“เจ้าต้องฟังข้า ข้าให้เจ้าสู้กับใครก็ต้องสู้กับคนนั้น ใครก็ตามที่รุกรานคนตระกูลมู่ของข้า เจ้าต้องลงมือปกป้องตระกูลมู่” จากที่มู่เฉียนซีเห็น เขาคนนี้มีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งมาก เดาว่าตราบใดที่ให้ยาวิเศษเพียงพอ เขาสามารถระเบิดพลังการต่อสู้อันแข็งแกร่งขึ้นได้ ไม่มีอะไรไม่ดี แค่ลงมืออย่างกล้าหาญก็เพียงพอ นางรู้สึกว่าแม้จะต้องการที่จะขับไล่เขา เขาก็คงไม่ยอมไป “ได้” เขาพูดอย่างไม่คิด
“ในเมื่อเจ้าจําชื่อตนเองไม่ได้ เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า ชิงอิ่ง เป็นอย่างไร ?” มู่เฉียนซีถาม “อืม” ชิงอิ่งพยักหน้า
มีชิงอิ่ง ตระกูลมู่เสมือนได้มีแม่ทัพแข็งแกร่งอีกหนึ่งคน ยาวิเศษที่แม่ทัพผู้นี้ใช้สิ้นเปลืองไปทุกวัน แม้แต่ราชวงศ์ก็จะต้องร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดหัวใจ
มู่เฉียนซีไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย นางหลอมยาที่ชิงอิ่งต้องการออกมาได้ตามใจชอบ และวัตถุดิบก็เพียงพอแล้ว นางจึงสามารถเลี้ยงไว้ได้
ในตอนนั้นเอง มู่อียื่นบัตรเชิญมาให้ “ท่านผู้นำตระกูล ตระกูลอวิ๋น—อวิ๋นซินหรานส่งบัตรเชิญมาให้ขอรับ”
มู่เฉียนซีประหลาดใจเล็กน้อย “ตร