๊ะ! ดูเหมือนจิ่วเยี่ยจะถืออะไรมาด้วย” มู่เฉียนซีกล่าว สีหน้าความประหลาดใจปรากฏอู๋ตี้ที่อยู่ในอ้อมกอดของมู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ก็สัตว์ตัวร้อนบัดซบที่มันพ่นเปลวไฟเมื่อครู่นี้ไงเล่า มันเป็นแค่หมูสกปรกน่าเกลียด ดูสิ!”ที่อู๋ตี้กล่าวมานั้นไม่ผิดเลย มันเป็นหมูตัวเล็ก ๆ กลม ๆ ตัวหนึ่ง ขาหลังข้างหนึ่งถูกจิ่วเยี่ยหิ้วหัวห้อยอยู่กลางอากาศ หมูน้อยตัวนั้นตัวใหญ่กว่าอู๋ตี้ไม่มากนัก“สัตว์ที่ทำร้ายพวกข้าเมื่อครู่นี้ก็คือหมูน้อยตัวนี้น่ะรึ ?” มู่เฉียนซีแค่นเสียงถาม นางไม่อยากจะเชื่อ นี่มันน่าประหลาดใจยิ่ง“ใช่!” อู๋ตี้พยักหน้านางคิดว่าเป็นสัตว์ร้ายที่ทรงพลัง ยากจะคาดเดาว่าเป็นเพียงหมูน้อยตัวเล็ก ๆ เช่นนี้ หมูน้อยตัวนี้มิอาจหนีออกจากกรงเล็บของจิ่วเยี่ยได้ เสียงเยียบเย็นราวยมฑูตมาเองดังข้าง ๆ หูของมัน“หากเจ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ จงจดจำเรื่องที่ข้าสั่งไว้ให้ดี…”.
“หลีกไปเจ้าแมวสวะ!” ดูเหมือนว่าโทสะของสัตว์อัคคีไม่ลดน้อยลงเลย กลับทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ
แมวน้อยอู๋ตี้ร้องโหยหวน “นายท่านรีบหนีไปเมี้ยว! เจ้าบ้านี่มันแข็งแกร่งเกินไป ข้ามิอาจต้านไว้ได้อีกแล้ว นายท่านรีบให้คนมาช่วยเร็วเข้า ไปตามบุรุษชุดดำที่น่ากลัวผู้นั้น มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะรับมือกับเจ้าตัวร้อนนี่ได้”
“คิดจะหนีรึ ? โง่นัก ไม่มีทางให้หนีแน่เจ้าแมวโง่” สัตว์อัคคีคำราม มันไม่มัวเสียเวลากับอู๋ตี้อีกต่อไปแล้ว กลับพุ่งเป้าไปที่มู่เฉียนซีโดยตรง มันเก