มายุไม่ถึงยี่สิบพรรษา พรสวรรค์ทางด้านการฝึกและความแข็งแกร่งของเยี่ยอ๋องน่ากลัวกว่านายท่านสามกับท่านผู้นำตระกูลเสียอีก”
เมื่อได้เผชิญหน้ากับศัตรูทรงพลังผู้นี้ สัตว์อัคคีกล่าวขึ้นอย่างกลัดกลุ้ม “บัดซบยิ่งนัก! เหตุใดเจ้าถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้ วันนี้ข้าจะสู้สุดชีวิต!”
— ตูม! —
เปลวไฟน่ากลัวพุ่งออกมาจากขุมเหมือง พุ่งขึ้นต่อไปบนท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้าแปรปรวนพลันเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเลือด พลังแห่งการทำลายล้างทำให้พื้นที่เหมืองแตกเป็นเสี่ยง ๆ มู่อีดึงร่างของมู่เฉียนซีหนี “ท่านผู้นำเร็วเข้า สัตว์อัคคีนั่นอาจจะใช้อุบายที่น่ากลัวกับพวกเราได้”
โชคดีที่การต่อสู้นี้เกิดขึ้นในเหมืองพื้นที่ห่างไกล หากเกิดขึ้นในจื่อตู มีหวังจื่อตูคงมิพ้นโดนแผดเผาย่างสดผู้คน! ด้วยพลังอันน่ากลัวเหลือคณา มู่เฉียนซีนางอดที่จะเป็นห่วงจิ่วเยี่ยไม่ได้จริง ๆ
‘หวังว่าเจ้าจะไม่เป็นอะไรนะจิ่วเยี่ย’
เปลวไฟระเบิดราวกับภูเขาไฟ ทันใดนั้นร่างสีดำค่อย ๆ ก้าวเดินออกมาอย่างช้า ๆ ชุดคลุมสีดำขยับส่ายร่ายรำตามสายลมราวเทพปีศาจที่ปกครองใต้หล้านี้ เปลวไฟแผดเผานั้นมิอาจทำร้ายเขาได้แม้ปลายเล็บ ภาพฉากอันน่าตะลึงกลับกลายเป็นเพียงภาพตกแต่งด้านหลังบุรุษชุดดำไปโดยปริยาย
“อ๊า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้” เสียงกรีดร้องราวกับหมูถูกเชือดดังขึ้น ทำลายภาพความตกใจนั้นของนางไป
“เอ๊ะ! ดูเหมือนจิ่วเยี่ยจะถืออะไรมาด้วย” มู่เฉียนซีกล่าว สีหน้าความประหลาดใจปรากฏ
อู๋ต