รดิหวงหลัวตานมาครอบครอง
ภายในห้องรับรองของตระกูลอวิ๋น ท่านผู้เฒ่าชุดขาวกล่าวขึ้น “หากได้ยาจักรพรรดิหวงหลัวตานมา ข้าจะนำมาศึกษาให้ดีเชียว บางทีสำนักตานจี้ของเราอาจจะหลอมยาจักรพรรดิหวงหลัวตานออกมาได้บ้าง ถึงตอนนั้นแล้วการเลื่อนขั้นขึ้นเป็นนิกายอันดับหนึ่งก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม”
อวิ๋นซินหรานยิ้ม กล่าวขึ้น “ท่านอาจารย์ ศิษย์จะต้องนำยาจักรพรรดิหวงหลัวตานมาให้ท่านอาจารย์ให้จงได้ขอรับ”
การแข่งขันแย่งชิงยาในการประมูลครานี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
“ร้อยล้าน!” ซวนหยวนหลี่ซางเสนอราคาสูงเสียดฟ้า
เมื่อรู้ว่าราคาจวนจะถึงสองร้อยล้านแล้ว ตระกูลโอวหยางก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา
“บัดซบ! ตกลงมู่เฉียนซีให้เงินราชวงศ์ซวนหยวนเท่าไหร่กัน ?”
จี้ข่าย ศิษย์ของท่านผู้เฒ่าสามแห่งสำนักจี๋หั่วกล่าวสำทับด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ “ใช่ ช่างบัดซบยิ่งนัก! ไม่คิดเลยว่าตระกูลมู่จะมาขัดเช่นนี้”
โอวหยางจู “ศิษย์พี่ หากไม่ใช่เพราะทรัพย์สินเงินทองของตระกูลมู่ ราชวงศ์ซวนหยวนจะเอาเงินทองที่ไหนมาประมูลแข่งเช่นนี้ได้เล่า”
จี้ข่ายยังคงกล่าวอย่างหงุดหงิด หน้าผากเริ่มผุดให้เห็นเม็ดเหงื่อ “การประมูลสิ้นสุดเมื่อไหร่ข้าไม่ปล่อยตระกูลมู่ไว้แน่”
เมื่อโอวหยางจือได้ยินเช่นนี้ สีหน้าดีใจพลันปรากฏจนปกปิดไม่มิด ‘มู่เฉียนซีเจ้าไม่รอดแน่ มาทำให้สำนักจี๋หั่วไม่พอใจเช่นนี้ ข้าจะรอดูว่าพวกเจ้าจะทำเช่นไรต่อไปในอนาคต!’
ตระกูลโอวหยางไม่มีเงินมากพอถึงเพียงนั