้นจึงจำใจต้องถอย ทว่าตระกูลอวิ๋นยังคงสู้ต่อ สำนักตานจี้เป็นสำนักปรุงยามั่งคั่งสำนักหนึ่ง มีเงินทองมากกว่าตระกูลโอวหยางไม่ใช่เรื่องแปลก
อวิ๋นซินหรานยังคงแข่งราคาจนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
“สองร้อยยี่สิบล้าน!”
“สองร้อยสามสิบล้าน!”
“สองร้อยสี่สิบล้าน!” องค์รัชทายาทกล่าวแข่งราคาอย่างลำพองตน คิดว่ามีสมบัติอันเล็กน้อยของซวนหยวนจือกอปรกับสมบัติอันมากมายของตระกูลมู่คอยสนับสนุน ซวนหยวนหลี่ซางจึงกล้าแข่งราคาประมูลได้สูงเช่นนี้
ในฐานะที่เป็นพระราชโอรสของฮ่องเต้ นี่เป็นครั้งแรกที่ซวนหยวนหลี่ซางมีความสุขกับการใช้เงินโดยที่ไม่ต้องกังวล ทว่านี่ทำให้รู้สึกอิจฉามู่เฉียนซีมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาแอบคิดในใจ ‘ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก หากมู่เฉียนซีเป็นว่าที่พระชายาของข้าก็คงจะดีไม่น้อย คิดไม่ถึงเลยว่านางจะได้เป็นว่าที่พระชายาของจิ่วเยี่ย ซวนหยวนจิ่วเยี่ยได้ว่าที่พระชายาเช่นนี้ มีหวังต้องทำปู้ยี้ปู้ยำทรัพย์สินเงินทองนี้เป็นแน่’
เวลานี้ ภายในห้องรับรองตระกูลอวิ๋นเงียบสงบลง จู่ ๆ อวิ๋นซินหรานกล่าวขึ้นมา “ท่านอาจารย์”
ท่านผู้เฒ่าโบกมือเบา ๆ “ไร้หนทางแล้ว เราทุ่มได้มากสุดก็เท่านี้ ราชวงศ์ซวนหยวนแข่งราคาเพิ่มสูงเสียดฟ้า พวกเขาไปอู้ฟู่มาจากที่ใดกัน ?”
“เป็นเพราะตระกูลมู่” อวิ๋นซินหรานกล่าวพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเล่าเรื่องที่ซวนหยวนจือขายโอรสให้ตระกูลมู่กับท่านอาจารย์ฟังจนท่านอาจารย์นิ่งเงียบไป
“ซวนหยวนจือน่ารังเกีย