“ระหว่างข้ากับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรมากมายต่อกัน ในราชวงศ์ซวนหยวน นอกจากซวนหยวนชิงอวิ๋น คนอื่นในราชวงศ์ซวนหยวน ต่อให้เจ้าฆ่าให้ตายอย่างอนาถเพียงใด มันก็ไม่เกี่ยวกับข้า” ซวนหยวนจิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาราวกับว่าชีวิตของคนในราชวงศ์นั้นมิได้มีความสำคัญต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีพยักหน้าตอบรับ “อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
สำหรับซวนหยวนชิงอวิ๋นนั้น เขาเป็นคนที่ไม่ใคร่จะนำเรื่องใดมาใส่ใจ อีกอย่าง นางก็ไม่ได้มีเรื่องเคียดแค้นอะไรกับเขา นางไม่มีวันลงมือทำร้ายเขาเป็นแน่ แต่ถึงอย่างไร เรื่องที่น่าแปลกนั่นก็คือจิ่วเยี่ยเมินเฉยต่อทุกคนในราชวงศ์ซวนหยวน ยกเว้นแต่เพียงซวนหยวนชิงอวิ๋น
ซวนหยวนชิงอวิ๋น เขามีอะไรพิเศษ ?
หลังจากสนทนากันเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีพบว่าจิ่วเยี่ยยังไม่กลับจวนเยี่ยอ๋อง นางยืดแขนยืดมือยืดอกบิดขี้เกียจก่อนจะกล่าว “จิ่วเยี่ย วันนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยมาก อยากพักผ่อนเร็ว ๆ หน่อย”
“อืม”
ถึงแม้เขาจะรับรู้แล้ว ทว่าก็ดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงเจตนาของนางที่อยากจะบอกเป็นนัย ๆ แน่นอนว่าเขาย่อมไม่รู้อยู่แล้วว่าในใจของมู่เฉียนซีนั้น กล่าวคำว่า ‘กลับไปก่อนสิเจ้าก้อนน้ำแข็งนี่!’
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย นางไม่มีทางเลือก นางง่วงแล้ว “จิ่วเยี่ย เจ้า… เอ่อ… ตามสบายเลยนะ อ้อ แล้วอย่ามาโทษว่าข้าต้อนรับเจ้าไม่ดีล่ะ”
ในตอนนี้นั้น ความรู้สึกของมู่เฉียนซี จิ่วเยี่ยมิใช่เป็นแขกอีกแล้ว ทว่า