กลับเป็นคนคุ้นเคยก็ว่าได้ กล่าวจบนางก็ไปพักผ่อนตามสบาย
เช่นเคย หลังจากที่นางหลับสนิท จิ่วเยี่ยถึงจะกลับไป
ทันทีที่จิ่วเยี่ยกลับไปถึง พ่อบ้านไป๋ก็เดินเข้ามาหาเขา “นายท่าน ราชสำนักนำพระราชโองการของฮ่องเต้มาส่ง จะจัดการอย่างไรดีขอรับ ?”
“วางไว้”
“ขอรับ”
“เจ้าลูกชายคนนี้! ไม่คิดเลยว่าจะกล้าฆ่าคนของข้า ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย” ซวนหยวนจือกล่าวด้วยโทสะคุกรุ่น ใบหน้าเขาแดงหน่อย ๆ ขันทีที่เขาให้ไปส่งพระราชโองการโดนฆ่าสังหารชนิดที่ว่าศพไร้ที่ฝัง
เกากงกงกล่าว “ฝ่าบาท ดูเหมือนว่าองค์ชายจิ่วเยี่ยคงจะไม่พึงพอใจกับการอภิเษกนี้เป็นแน่ เขาจึงโกรธเช่นนั้น หากเรามองดูดี ๆ เขาไม่กล้าทำอะไรกับพระองค์ แต่หากเป็นนางสตรีผู้นำตระกูลมู่คนนั้น เวลานี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ข้าหวังว่าวันพรุ่งข้าจะได้ยินข่าวการตายของผู้นำตระกูลมู่” ซวนหยวนจือกล่าวน้ำเสียงเย็นชาสีหน้าสะใจ
สิ่งที่ซวนหยวนจือมุ่งหวังให้เป็นก็คือ… จิ่วเยี่ยจะปลิดชีพว่าที่พระชายาให้เป็นโครงกระดูกเสียในคืนนี้ เขาไม่มีทางคิดว่าในความเป็นจริง จิ่วเยี่ยจะมาเยี่ยมว่าที่พระชายาถึงจวนและเพื่อแสดงตัวต่อนาง อีกทั้งยังเฝ้านางจนหลับกว่าจะกลับตำหนัก ทั้งยังสุภาพบุรุษ มิแตะต้องนางแม้แต่ปลายเส้นผม
วันต่อมาซวนหยวนจือไม่ได้รับข่าวดีอย่างที่หวังเอาไว้ สีหน้าพลันเครียดคล้ำ จิ่วเยี่ย! เจ้าชาชิงบุตรชายของเขานั่น ไม่ได้ลงมือทำอะไรนางแม้แต่น้อย เป็