ดวงตาของข้าไว้ ดังนั้นพลังความแข็งแกร่งของข้าจึงกลับคืนสู่ระดับสามในทันที”
นี่มิไม่ใช่การยกระดับ แต่เป็นการฟื้นฟู มู่เฉียนซีรู้ว่าความแข็งแกร่งของท่านอาของนางก่อนหน้านี้อาจจะลดลง เกรงว่าพลังที่แท้จริงต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่
ตอนนี้ซวนหยวนจือล้อมพวกเขาไว้อยู่ข้างนอก พวกเขาจะถูกจับเมื่อออกไป เว้นแต่พวกเขาจะถูกสังหารทันที แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะจัดการเขา!
จิ่วเยี่ยมองมู่เฉียนซี กล่าวเสียงนุ่มนวลเป็นครั้งแรก “พักผ่อนให้สบายเถอะ”
ร่างสีดำพุ่งจากค่ายกลออกไป ทันใดนั้น เสียงสั่น ๆ ดังขึ้นมา “เยี่ยอ๋อง!”
ต่อมามีไฟแห่งห้วงเพลิง ไฟสีม่วงปรากฏขึ้นรอบ ๆ มันค่อย ๆ ลุกโชนขึ้น พวกเขาหันหน้าไปมองก็เห็นมนุษย์โครงกระดูกสีแดงเลือดปรากฏอยู่ทั่ว หัวใจของพวกเขาเย็นยะเยือก เกิดความปรารถนาต้องการฆ่าสังหาร!
หากรู้แต่แรกว่านิมิตนี้เกิดจากเยี่ยอ๋อง ขู่จะฆ่าให้ตายพวกเขาก็ไม่มา
“ไสหัวไป!” จิ่วเยี่ยกล่าวออกมาเพียงเท่านั้น เสียงกังวานก้องราวตะโกนแม้จะไม่ได้ตะโกนก็ตามที
ซวนหยวนจือใบหน้าเครียดคล้ำ แม้ว่าเขาจะต้องการสั่งสอนเยี่ยอ๋องให้รู้จักมารยาทสักหน่อย แต่เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารกระหายเลือด เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
“ไปซะ!”
ซวนหยวนจือหน้าซีด ไม่ยืดยาดอีกต่อไป พาองครักษ์ของเขาถอยออกไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาขององค์ชายเยี่ยยังตกใจจนหนีเตลิดเปิดเปิงไป แล้วพวกเขาจะกล้าอยู่ต่อได้อย่างไร ? สุดท้าย…