บา ๆ กล่าวว่า “ท่านอาเล็ก ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นนะเจ้าคะ”
ขนตาของมู่อวู่ซวงที่เป็นแพหนาราวกับพัดขนนกยูงกะพริบเล็กน้อย ดวงตาที่ปิดสนิทของเขาค่อย ๆ ลืมขึ้น
ดวงตาคู่นั้นก็ได้ลืมขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้น พลังอันน่าหวาดกลัวพลันปรากฏออกมา
ดวงจันทร์บนฟ้าถูกบดบังด้วยเมฆครึ้ม ทั่วทั้งเมืองจื่อตูถูกห่อหุ้มไปด้วยพลังที่น่ากลัว
มู่เฉียนซีตกตะลึง แม้แต่องครักษ์ของมู่อวู่ซวงเองก็ตกใจ
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ?”
ในตอนนั้นเอง เงาร่างสีดําปรากฏขึ้นมา กล่าวอย่างเย็นชาว่า “พามู่อวู่ซวงออกไปจากจวนสกุลมู่ ตามข้ามา!”
มู่เฉียนซีทำอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจสถานการณ์นี้ นางรีบกล่าว “ฟังเขา ไปกันเถอะ!”
เดิมทีคิดว่าแค่รักษาดวงของท่านอาให้หายเท่านั้น แต่พลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ มันเกิดเรื่องประหลาดอะไรขึ้นกันแน่ ? เมื่อตรวจพบพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของท่านอา จะต้องเกิดเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน
เวลานี้ไร้ทางเลือก จำเป็นต้องออกจากจวนสกุลมู่ก่อน หลังจากนั้นค่อยหาสาเหตุ
“ขอรับนายน้อย”
พวกเขาใช้ความเร็วสูงสุดไปยังป่ารกร้างนอกเมืองจื่อตู
ทันใดนั้น พลังหยินอันเย็นยะเยือกก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั่วทั้งเมืองหลวงจื่อเยี่ยตกอยู่ในความเงียบงัน ราวกับติดอยู่ในต่างมิติก็มิปาน ลมหนาวพัดกระโชกพาให้ต้นไม้สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ลมหยินกระโชกราวกับภูตผีหมื่นตัวกําลังจะออกจากแดนภูตผีและมุ่งเข้าทําลายดิน
มู่เฉียนซีไม่เคยคิดมาก่