หลาดเช่นนี้ก็เกิดขึ้นในเมืองจื่อตู ดึงดูดความสนใจเหล่ายอดฝีมือของทั้งเมือง แม้แต่ฮ่องเต้ซวนหยวนจือแห่งแคว้นจื่อเยี่ยก็ยังรีบวิ่งไปยังป่ารกนอกเมือง
มู่อวู่ซวงตกอยู่ในอาการสาหัส มู่เฉียนซีลอบมองจิ่วเยี่ยที่เงียบงันมาโดยตลอด นางกล่าวถามขึ้น “จิ่วเยี่ย เกิดอะไรขึ้นกับท่านอาของข้ากันแน่ ? เจ้ารู้หรือไม่ ?”
จิ่วเยี่ยตอบกลับนางเพียงสามคำ น้ำเสียงเขายังคงเยียบเย็น “ไม่เป็นไร”
ร่างมู่อวู่ซวงที่ถูกวางอยู่บนพื้นหญ้า ตอนนี้เส้นผมสามพันเส้นยาวเปลี่ยนเป็นสีเงิน
ดูเหมือนว่าเขาจะตื่นขึ้นมาจากการนอนหลับลึกและค่อย ๆ ลืมตา
มู่เฉียนซีตกตะลึงกับการที่ดวงตาของท่านอาเปลี่ยนเป็นสีม่วงเงิน ดวงตาสีม่วงเงินคู่นี้ฉายแววเย็นชา ดูไม่สนใจผู้ใด
ทว่าต่อมา ดวงตาสีฟ้าน่าหวาดกลัวของจิ่วเยี่ยเปลี่ยนไปฉายแววลึกซึ้งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เขาเฝ้ามองมู่เฉียนซี
ในเวลาที่มู่อวู่ซวงลืมตาขึ้นมา พลังประหลาดนั่นก็สลายหายไปในที่สุด ดวงตาข้างหนึ่งของมู่อวู่ซวงกลับคืนเป็นสีดํา แต่อีกข้างยังคงเป็นสีม่วงเงินดูน่ากลัว
จิ่วเยี่ยกระซิบเสียงแผ่ว “ผนึกยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์”
มู่เฉียนซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “ผนึก! ผนึกอะไร ?”
“ซีเอ๋อร์…”
ทันใดนั้นเสียงอ่อนโยนดังขึ้น มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงสายตาอันอบอุ่นคุ้นเคยที่จ้องมองมาที่นาง
“ท่านอา ท่านอาเล็กไม่เป็นไรใช่ไหม ?” มู่เฉียนซีเดินเข้าไปตรวจสอบดวงตาของผู้เป็นอาอย่างห่วงใย
พิษถ