้อไว้เป็นจำนวนมาก จนในที่สุดความแข็งแกร่งของมันพุ่งขึ้น กลายเป็นสัตว์วิญญาณระดับเจ็ด
“เมี้ยว!”
อู๋ตี้กลับเข้าไปในอ้อมแขนของมู่เฉียนซี ทำท่าทางราวกับผู้ที่มีความดีความชอบ
— พลั่ก! —
ร่างของโอวหยางฉี ท่านผู้นำรองแห่งตระกูลโอวหยางในตอนนี้นั้น ล้มพับลงไปกับพื้นอย่างน่าสังเวช ลมหายใจกระตุกเฮือกสุดท้าย แววตาไร้สัญญาณชีวิต
“ท่านผู้นำรอง!”
หัวหน้าคนสำคัญของพวกเขาตายลงไปเสียแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ ก็อาการสาหัส ภายในชั่วพริบตา กลุ่มลอบสังหารของตระกูลโอวหยาง ถูกมู่เฉียนซีกวาดล้างหมดไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว
มู่เฉียนซีกกล่าวอย่างลำพองตน “เหอะ! นึกว่าจะเก่งกาจอย่างฝีปาก ที่แท้ฝีปากกล้าความสามารถน่าอับอาย องครักษ์เงา! นำศพโอวหยางฉีผู้นี้กลับไปด้วย หลังจากกลับไปถึง ข้าจะส่งของขวัญชิ้นใหญ่นี้ให้กับตระกูลโอวหยาง”
“ขอรับ!”
……
“เวลาก็ล่วงเลยเป็นเดือน ๆ แล้ว เหตุใดทางด้านฉีเอ๋อร์ยังไม่ส่งข่าวอะไรมาเลย” โอวหยางจูกล่าวถามขึ้น ใบหน้าหม่นดำคล้ำเครียด ทันทีที่กล่าวจบ มีข้ารับใช้ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามารายงานอย่างตระหนกตกตื่น
“ท่านผู้นำ มีบางอย่างส่งมาให้จากจวนตระกูลมู่ บอกว่าเป็นของขวัญให้ท่านไปดูด้วยตาตัวเองขอรับ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ ? ของขวัญส่งมาจากจวนตระกูลมู่เช่นนั้นรึ ? สิ่งใดกัน ?” กล่าวจบโอวหยางจูรีบไปเปิดออกดู ยังไม่ทันไรกระอักเลือดคำโตออกมาทันที
“พรวด!”
น่าตกใจนัก! ของขวัญที่ว่าเป็นโลงศพ เลวร้ายไม่พอภายในโลง