จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเคร่งขรึม “ข้าต้องการให้นางแข็งแกร่งมากกว่านี้ หญิงที่จะเคียงบ่าเคียงไหล่ข้าต้องเป็นหญิงสาวแข็งแกร่งเท่านั้น ข้าจึงมิอาจลงมือขัดเส้นทางการเติบโตของนางได้”
หนึ่งเดือน…
เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มที่รอบตัวมู่เฉียนซีเต็มไปด้วยการรบราฆ่าฟัน เลือดสัตว์วิญญาณนับไม่ถ้วนเปื้อนกายนาง ทว่านางมิเคยละความพยายามเลย การต่อสู้ต้องใช้พลังวิญญาณและพลังชีวิตเท่านั้น มิอาจใช้ยาพิษแขนงใดได้ เพื่อเป็นการบังคับให้ตนเองมีทักษะการต่อสู้มากขึ้น
ในเมื่อมาถึงโลกอันแปลกประหลาดนี้แล้ว เช่นนั้นก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของโลกใบนี้สักหน่อย
ยาพิษเป็นไม้เด็ดของนาง แต่นางมิสามารถใช้ยาพิษสุ่มสี่สุ่มห้าเฉกเช่นเมื่อก่อนได้อีกแล้ว
— ตูม! ตูม! ตูม! —
เสียงการต่อสู้ดั่งสนั่นลั่นพสุธา บางจังหวะรุนแรงประหนึ่งพื้นดินสะเทือนทั่วทั้งป่าดงพงไพร เวลาผ่านไปไม่นาน พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก จวินโม่ซีกล่าวขึ้นว่า… “ฝีมือของคนกลุ่มนี้ไม่เลวเลย ผ่านไปเพียงครึ่งเดือน มีคนทะลวงพลังเป็นราชาแห่งภูตได้แล้ว”
จากนั้น สายตาของเขาก็จับจ้องมองมู่เฉียนซี “สตรีผู้นี้ก็กำลังจะทะลวงพลังไปได้แล้วเช่นกัน”
ณ เวลานี้มู่เฉียนซีเป็นผู้บำเพ็ญภูตระดับเก้า อีกทั้งยังเป็นราชายอดยุทธ์ระดับเก้า พลังทั้งสองของนางรวมตัวกัน ทะลวงไปพร้อม ๆ กันดั่งสายวารี
— ตูม! —
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ทะลวงพลังสำเร็จ
จวินโม่ซีกล่าวขึ้น ใบ