ามันให้เจอและคว้ามาครอบครองจะดีที่สุด ไม่น่าเชื่อแท้ ๆ ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ด้วย
ในตอนนั้นเอง จิ่วเยี่ยก็เดินมาหานาง เขากล่าวว่า “นอกจากหม้อเทพนิรันดร์แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยเจ้าได้…”
จิ่วเยี่ยเว้นช่วง ไม่พูดต่อ มู่เฉียนซีรอแต่เขากลับไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แต่ละอย่างมีคุณสมบัติเฉพาะตัว แหวนมังกรเทพวารีมีธาตุวารี ถ้าหากธาตุอัคคีต้องเป็นกระบี่เทพนิรันดร์” จิ่วเยี่ยกล่าวออกมาในที่สุด
จวินโม่ซีเบ้ปาก “เหอะ! สิ่งที่เป็นตํานานอย่างกระบี่เทพนิรันดร์ พูดไปนางก็หาไม่พบ ไร้ประโยชน์ที่จะบอกนาง”
มู่เฉียนซี “หม้อเทพนิรันดร์ก็ด้วยไม่ใช่หรือ ? เหตุใดจึงพูดอย่างนั้น ?”
จวินโม่ซีหลุบตา แล้วกล่าวว่า… “เพราะหม้อเทพนิรันดร์เป็นสิ่งที่นักปรุงยาทุกคนต้องการ ข้าจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา”
“อ๊า! ไฟไหม้! ไฟไหม้แล้ว!”
จวินโม่ซีมัวสนทนาอย่างมีความสุข สุขใจจนไม่ได้มองเนื้อย่างของตัวเอง ไฟสีส้มพลันลุกไหม้ขึ้นมา!
มู่เฉียนซียกมือขึ้น กล่าวง่าย ๆ “พลังแห่งวารี!”
หยดน้ำนับไม่ถ้วนตกลงมา ในที่สุดก็ดับไฟไว้ได้ แต่ว่าน่าเสียดาย กระต่ายดี ๆ ตัวเดิม เพิ่มเติมคือมันได้กลายเป็นถ่านสีดําไปเสียแล้ว มู่เฉียนซีถามขึ้น “เมื่อวานที่ห้องของท่านติดไฟ ตอนนั้นไม่ใช่ว่าท่านกำลังปรุงยาอยู่หรอกหรือ ?”
จวินโม่ซี “เจ้าล้อเล่นอะไร ? ราชาโอสถอย่างข้าจะปรุงยาจนทำไฟไหม้ได้อย่างไรกัน ? มีเพียงเรื