เองก็เคืองก็ขุ่นมัว “บุรุษผู้นี้เป็นบ้าหรืออย่างไร ?! แต่เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอกหญิงอัปลักษณ์ ข้าไม่ยอมให้บุรุษผู้นี้ทำร้ายเจ้าเป็นอันขาด”
จิ่วเยี่ยบีบแขนนาง “ข้าต้องการเขาก็เพราะเขามีประโยชน์กับข้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” ดวงตาสีฟ้ามองมู่เฉียนซีอย่างล้ำลึกราวกับจะสะกดวิญญาณของนาง “แต่ตอนนี้สิ่งที่ข้าอยากได้ก็คือ…”
ทันใดนั้นจิ่วเยี่ยก็หยุดกล่าว บรรยากาศโดยรอบนิ่งเงียบลงเช่นกัน
อาถิงตะโกนขึ้นอีกครา “หญิงอัปลักษณ์! เจ้าจัดการกับบุรุษผู้นี้เสียเถอะ เขาน่ารำคาญนัก ปักเข็มพิษที่ร่างกายเขาสักร้อยเล่มแล้วเอาไปฝังทั้งเป็นเลย เหอะ! ดูซิว่าจะตายหรือไม่”
มู่เฉียนซีผงะไปชั่วขณะ และกล่าวด้วยความประหลาดใจ “โอ้! อาถิง นี่เป็นพลังของเจ้ารึ ? เจ้าหยุดเวลาได้หรือ ?”
“พลังบ้าบออะไรของเจ้า นี่มันเป็นพรสวรรค์พิเศษของข้าต่างหากเล่า เร็วสิ เจ้ารีบลงมือเสียที พลังของข้าเพิ่งจะกลับมาได้เล็กน้อยเท่านั้น หากเจ้ามัวพิรี้พิไรไม่ยอมลงมือกับบุรุษผู้นี้เสียที มีหวังเจ้าโดนลงมือแทนแน่นอน กล้าดีอย่างไรมาว่าข้าอ่อนแอ ข้าจะให้เจ้าดูความแข็งแกร่งของข้า หึ!”
อาถิงหน้าบูดหน้าบึ้ง ใบหน้าเขาดูบิดเบี้ยวเพราะความโกรธอัดแน่นสุมในใจ
.