ียมอะไร ?”
เสียงเย็นชาถามออกมา นี่เป็นประโยคยาวที่สุดที่มู่เฉียนซีได้ฟังจากจิ่วเยี่ย แต่ยังคงอธิบายได้ไม่ละเอียดอยู่วันยังค่ำ แม้เขาจะไม่ได้แสดงความหมายของตนอย่างชัดเจน แต่ด้วยประสบการณ์ที่มู่เฉียนซีมี นางก็สามารถคาดเดาความหมายของเขาได้
มุมปากนางกระตุกเล็กน้อย นางทำเป็นไม่รู้อะไรเลยได้หรือไม่ ?
“เจ้าก็รู้”
จิ่วเยี่ยรู้ว่ามู่เฉียนซีกําลังคิดอะไรอยู่ในใจ จึงพูดตัดทางของนางในทันที
สิ่งสำคัญในการแสวงหาความสำราญ อาหารรสเลิศ เหล้าชั้นดี คนงาม และยังมีการเต้นรําเพลงไพเราะด้วยท่วงท่าสวยงาม สิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องมี
จิ่วเยี่ยรับผิดชอบสามข้อแรก ดังนั้นข้อข้างหลังนี้…
มู่เฉียนซีรู้สึกเหมือนตกลงไปในร่องน้ำ จิ่วเยี่ยเย็นชามาโดยตลอด วันนี้นางเพิ่งค้นพบว่าชายคนนี้มีด้านมืดเหมือนคนอื่น ๆ
มู่เฉียนซียิ้มอย่างเขินอาย “ข้าร้องเพลงเพี้ยนจนคนต้องวิ่งหนี เกรงว่าจะทําให้เจ้าหัวเราะเยาะ”
ในยุคปัจจุบันไม่มีใครรู้ว่า มู่เฉียนซีหัวหน้าสํานักแพทย์ปีศาจผู้เป็นหนึ่งด้านยาพิษ ในความเป็นจริงนั้นร้องเพลงเพี้ยนจนคนต้องวิ่งหนี
แม้…
แม้ว่าจะหลบไปฝึกฝนที่ ‘ห้องร้องคาราโอเกะ’ คนเดียวอย่างหนักเป็นเวลาสามวันสามคืน แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น ดังนั้นนางจึงต้องยอมแพ้เรื่องร้องเพลง
จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา “ร้องไปเถอะ ข้าไม่ถือสา”
“แต่ว่า… เพลงที่ข้าร้องได้มีไม่กี่เพลง เกรงว่าเจ้าจะไม่ชอบมัน”
“เจ้าต้องร้อง”
“อ่า… แต่ข้ายังลืมเนื้