ื่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อก่อนนางดื่มเหล้าได้ไม่เลว แต่มู่เฉียนซีกลับไม่คิดว่าร่างกายของนางตอนนี้อ่อนต่อเหล้ามากสมองว่างเปล่าจนลืมไปว่าเยี่ยอ๋องที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาและทําลายได้ทั้งเผ่าพันธุ์ยืนอยู่ตรงหน้า นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจิ่วเยี่ย กล่าวอย่างลำพอง“จิ่วเยี่ย แท้จริงแล้วไปที่ลานเฟิงเยี่ยก็เพื่อแสวงหาความสำราญ หญิงงามไม่ได้มีไว้ดู แต่มีไว้เพื่อเล่นสนุก”.
ทันใดนั้น เพลงของมู่เฉียนซีก็เปลี่ยนไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงหรือทำนองเพลง หน้าหลังชักจะไม่ปะติดปะต่อกันแล้ว
ทว่าปลายนิ้วของจิ่วเยี่ยยังขยับเปลี่ยนไปตามมู่เฉียนซี
“ความเกลียดชังนับพันปี หลับตาลง ใครบ้าที่สุด โลกนี้ไม่แน่นอน โลกนี้ไม่แน่นอนถึงวาระที่จะกล้ารัก”
มู่เฉียนซีหันกลับมายิ้มจาง ๆ ให้จิ่วเยี่ย กล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ข้าร้องเพลงนี้จนจบแล้ว ข้าทําสําเร็จแล้ว”
เพราะฤทธิ์เหล้า ผิวขาวราวหิมะของมู่เฉียนซีกลายเป็นสีชมพูอ่อน รอยยิ้มที่บานสะพรั่งบนใบหน้านั้น ทําให้ดวงตาสีฟ้างดงามและลึกซึ้งนั่น เกิดระลอกคลื่นขึ้นเล็กน้อย
เมื่อก่อนนางดื่มเหล้าได้ไม่เลว แต่มู่เฉียนซีกลับไม่คิดว่าร่างกายของนางตอนนี้อ่อนต่อเหล้ามาก
สมองว่างเปล่าจนลืมไปว่าเยี่ยอ๋องที่ฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาและทําลายได้ทั้งเผ่าพันธุ์ยืนอยู่ตรงหน้า นางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าจิ่วเยี่ย กล่าวอย่างลำพอง
“จิ่วเยี่ย แท้จริงแล้วไปที่ลานเฟิงเยี่ยก็เพื่อแสวงหาความสำราญ หญิงงามไม่ได้มี