สีหน้าเยวี่ยเจ๋อซีดเผือด เขาจ้องหน้ากากโครงกระดูกสีดําน่ากลัวนั่น กล่าวด้วยเสียงสั่น ๆ ว่า “องค์ชายเยี่ย…”
เขามาทําอะไรที่นี่ ? และยังจับพี่ใหญ่ เอ๊ะ! หรือนั่นคือการโอบไว้ในอ้อมกอด ?
ดวงตาสีฟ้าเย็นเยือกมองจ้องเยวี่ยเจ๋อ ดั่งหมายจะกำจัดวิญญาณของเขาให้หมดสิ้น แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังไม่ลงมือ กลายเป็นเงาดําค่อย ๆ อันตรธานหายไป
มู่เฉียนซีรีบกล่าว “เยวี่ยเจ๋อ เจ้าไม่ต้องห่วงข้า อีกไม่นานข้าจะรีบกลับไป”
เยวี่ยเจ๋อแข็งทื่อไปทั้งตัว นิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เขากําหมัดแน่น คิดอยากจะพุ่งเข้าไปทว่าใจไม่กล้าพอ
‘ไม่ต้องห่วง จะไม่ห่วงได้อย่างไรกันเล่า ?’
ชายผู้นั้นที่พานางไป ดูละม้ายคล้ายคลึงราวกับชาชิงของแคว้นจื่อเยี่ย
มีข่าวลือว่าเขามีนิสัยชอบฆ่าสังหารไม่เลือกหน้า ทั้งยังอารมณ์ไม่คงที่ต่างจากมนุษย์ ราวกับปีศาจที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรก
ฆ่าคนเป็นซากกระดูกอย่างไม่เลือก ไม่ชอบคนหนึ่งกลับฆ่ายกครอบครัว
ในขณะที่คิดถึงอะไรไปเรื่อย จู่ ๆ พลันคิดถึงเมื่อครั้งแรกที่เขาไปท้าพี่ใหญ่ เสียงนั้นดังมาจากในรถม้า! คล้ายกับเสียงของซวนหยวนจิ่วเยี่ย
เขายังคงจําประโยคนั้นของเยี่ยอ๋องได้ ‘สตรีที่ข้าต้องปกป้อง’
เยวี่ยเจ๋อรู้สึกกลัดกลุ้ม แต่ไป ๆ มา ๆ ยิ่งแตกตื่นมากขึ้นไปอีก เขากล่าวอย่างตระหนก “ต้องไปหานายท่านสามแห่งตระกูลมู่!”
ไม่ว่าอย่างไร พี่ใหญ่ก็กำลังอยู่กับคนอันตราย เขาจะสบายใจได้หรือ ?
……
“ชายผู้นั้น… พาซีเอ๋อร์ไป” น้ำเส