ียงอ่อนโยนของมู่อวู่ซวง แผ่วเบาราวกับสายลมวสันตฤดู
เยวี่ยเจ๋อกล่าว “นายท่านสาม ข้าควรทําอย่างไรดีหรือ ?”
“ซีเอ๋อร์บอกว่าไม่เป็นไร เช่นนั้นนางจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน อืม… แต่อย่างไรเสีย ข้าเองก็คาดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นจะอุ้มซีเอ๋อร์ไป ข้าอยากตัดมือเขา เปลี่ยนเขาให้กลายมาเป็นขันทีเสียจริง ๆ” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างช้า ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงจิตสังหารอันเย็นยะเยือกไว้
— เพล้ง! —
แก้วลายครามในมือของมู่อวู่ซวง พลันกลายเป็นผุยผงไป
เยวี่ยเจ๋อมองใบหน้าผู้อาวุโสสามแห่งตระกูลมู่ที่เต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัว พลางคิดในใจ ‘ชายที่กล้าลงมือกับพี่ใหญ่ เกรงว่าคงต้องผ่านด่านนายท่านสามไปให้ได้เสียก่อน’
“ไปทำธุระของเจ้าเถอะ”
“ขอรับ”
มู่อวู่ซวงก้มหน้าลงเล็กน้อย กล่าวเสียงเบา “ชายคนนั้น… เขากําลังวางแผนร้ายกับซีเอ๋อร์หรือไม่ คิดวางแผนร้ายอะไรกับตระกูลมู่ของข้ากันแน่ ?”
มู่อวู่ซวงอยู่แคว้นจื่อเยี่ยมาหลายปี ทุกคนในแคว้นเขามองออกหมด มีเพียงเยี่ยอ๋องผู้นี้เท่านั้นที่เป็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดอย่างหาที่เปรียบมิได้ ทุกการกระทำล้วนอ่านยาก
…
จิ่วเยี่ยพามู่เฉียนซีไปที่ห้องของเขา อุ้มนางไปยังเตียงนุ่ม ๆ ใจก็นึกอยากจะถอดเสื้อผ้าของนางออก
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าใส่ยาเองได้ เจ้าช่วยหลีกไปหน่อยได้หรือไม่ ?”
จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะทำ”
— แควก! —
เสียงฉีกขาด แขนเสื้อของมู่เฉียนซีถูกเยี่ยอ๋องฉีกออกเป็นชิ้น ๆ อ